ข่าวทั่วไป

คุณแม่ปรี๊ดแตก ครูพี่เลี้ยงจับหัวลูกโขกเสา อ้างเป็นโรคประสาท

ในกรณีคดี ครูพี่เลี้ยง จับเด็ก 2 ขวบ หัวโขกเสา ด้าน นางสาวธาราริน วรนาม ผู้ปกครองเด็ก อยู่บ้านเลขที่ 256 หมู่ 23 บ้านหนองผักแว่น ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ได้ระบุว่า เจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กได้ออกมาขอโทษสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งอ้างว่าครูพี่เลี้ยงคนที่ก่อเหตุเป็นโรคประสาทอ่อนๆ เธอนั้นจึงได้ทักท้วงไปว่าทำไมยังรับเข้าทำงาน จากนั้นจึงได้รับการยืนยันว่าตอนรับเข้ามาทำงานเป็นคนปกติดีอยู่ แต่ภายหลังทราบว่ามีจิตประสาทอ่อนๆก็พยายามที่จะหาทางแก้ไข ทำให้ยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้

ครูพี่เลี้ยง ทำร้ายเด็ก

แม่ของเด็ก 2 ขวบฉุนแตก! ที่ถูก ครูพี่เลี้ยง จับหัวลูกโขกเสา ฉุนแตก!

 

(16 ต.ค.) ในกรณีคดีครูพี่เลี้ยงจับเด็ก 2 ขวบ หัวโขกเสา ด้าน นางสาวธาราริน วรนาม ผู้ปกครองเด็ก อยู่บ้านเลขที่ 256 หมู่ 23 บ้านหนองผักแว่น ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ได้ระบุว่า เจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กได้ออกมาขอโทษสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งอ้างว่าครูพี่เลี้ยงคนที่ก่อเหตุเป็นโรคประสาทอ่อนๆ เธอนั้นจึงได้ทักท้วงไปว่าทำไมยังรับเข้าทำงาน จากนั้นจึงได้รับการยืนยันว่าตอนรับเข้ามาทำงานเป็นคนปกติดีอยู่ แต่ภายหลังทราบว่ามีจิตประสาทอ่อนๆก็พยายามที่จะหาทางแก้ไข ทำให้ยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้

 

หลังจากนี้ได้เตรียมรวบรวมเอกสารใบรับรองแพทย์ รูปถ่าย ได้เข้ายื่นร้องเรียนกับนายศักดา คงเพชร รมช.กระทรวงศึกษา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตรวจสอบ และนอกจากนี้จะทำการยื่นเรื่องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทางด้านเว็บไซต์ Ruby888 ได้บอกว่าให้เข้าตรวจสอบสถานที่รับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ว่าให้ดำเนินการถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ เพื่อให้เจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบตรวจสอบต่อพฤติกรรมครูพี่เลี้ยงในความควบคุม เพื่อสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะทางผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานไปอยู่ในความดูแลต่างไว้ใจ แต่กลับปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้

ครูพี่เลี้ยง แม่เด็ก

ทางด้านตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด ได้ทำการเรียกพยานปากสำคัญที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำแล้ว 1 ปาก และผลการสอบสวนนั้นคลี่คลายไปมากแล้ว ล่าสุดพนักงานสอบสวนนั้นได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากญาติของครูผู้ก่อเหตุเตรียมที่จะพาผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวสู้คดีในวันพรุ่งนี้

 

แจ้งจับครูพี่เลี้ยงโหด ทารุณเด็ก ภาพวงจรปิดมัดตัว

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 15 ต.ค. น.ส.ธาราริน วรนาม อายุ 28 ปี ได้หอบหลักฐานภาพถ่าย พี่เลี้ยงเด็ก ได้นำใบรับรองผลการตรวจร่างกายของแพทย์ พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิด ได้การทำทารุณกรรมลูกของตนเอง และเข้าแจ้งความ พ.ต.ต.สมัย มงคลชู พงส.สบ 1 สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อที่จะเอาผิดกับพี่เลี้ยงสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ฐานทำร้ายการร่างกายลูกชายวัย 2 ขวบเศษ ซึ่งได้รับบาดเจ็บ หน้าผาก ปากแตก เบ้าตา หางตา และหูซ้ายบวม และเขียวช้ำ ตามตัว หลายจุด โดยที่มี พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตติ์ ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินการทำหน้าที่ควบคุมดูแลการสอบสวนปากคำอย่างใกล้ชิด

 

น.ส.ธาราริน เปิดเผยว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านนั้นมาขณะขับรถไปรับลูกที่ สถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าวได้พบว่าลูกชายปากแตกเลือดไหลซึม ซึ่งก็ไม่สงสัย แต่หลังจากพากลับถึงบ้านและทำการอาบน้ำให้ และล้างแป้งตามตัวและใบหน้าออก ก็พบว่าศีรษะทั้งซ้ายและขวาได้มีจุดเขียวช้ำหลายจุด ใบหูได้มีรอยถลอกคล้ายโดนเล็บหยิก และตามตัวมีรอยช้ำเขียว และพยายามถามลูกชายก็ไม่ยอมพูดแสดงอาการผวาและหวาดกลัว ร้องไห้เมื่อพูดถึงชื่อสถานรับเลี้ยงเด็ก จนได้เกิดความสงสัย เพราะเด็กมีพฤติกรรมหวาดระแวงขึ้นทุกเมื่อ แต่เด็กไม่สามารถที่จะอธิบายเหตุการที่เกิดขึ้นได้เพราะอายุยังน้อย อุบัติเหตุในเด็กสามารถเกิดขึึ้นได้ง่าย เกิดเหตุเด็กตกกระเด็นจากรถ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกัน

ครูพี่เลี้ยง มอบตัว

น.ส.ธาราริน ยังกล่าวอีกว่า เมื่อเข้าไปสอบถามกับครูพี่เลี้ยงอ้างว่าเด็กวิ่งเล่นไปชนเสาเอง ซึ่งก็ไม่ติดใจสงสัย แต่ต่อมาหลายวันเข้าอาการช้ำที่มีตามตัวยิ่งชัดเจนและเขียวขึ้น แถมลูกของตนยังงอแงไม่ยอมไปสถานรับเลี้ยงเด็กอีก จึงได้เริ่มสงสัยสอบถามไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กอีกครั้ง แล้วปรากฏว่าพี่เลี้ยงคนดังกล่าวได้ถูกไล่ออกไปแล้ว และสอบถามจากพี่เลี้ยงรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่าบุตรชายนั้นไม่ได้วิ่งชนเสา แต่กลับถูกพี่เลี้ยงรายดังกล่าวทำร้ายร่างกาย วันเกิดเหตุยังได้เห็นครูพี่เลี้ยงได้จับศีรษะลูกโขกเสาภายในสถานรับเลี้ยงเด็กด้วย แต่ตนไม่กล้าห้าม

 

ภายหลังจากการทราบเรื่อง น.ส.ธาราริน จึงไปขอดูกล้องวงจรปิดก็ได้พบภาพของพี่เลี้ยงเด็กคนดังกล่าวทำร้ายลูกชายของตนจริงและยังมีภาพการที่ทำร้ายร่างกายเด็กคนอื่นๆ ด้วย จึงได้นำมาเป็นหลักฐาน แจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อที่จะเอาผิดกับครูพี่เลี้ยงที่กระทำรุนแรงต่อลูกของตนให้ถึงที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับลูกมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ได้สงสัย แต่ก็เพิ่งทราบความจริงและรับไม่ได้กับการทารุณแบบนี้

 

พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่าให้พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งตามหลักฐานที่มีอยู่ไว้ก่อน ต่อไปจะได้เรียกทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็ก พี่เลี้ยงที่ได้ทำทารุณกรรมกับเด็กและ รวมทั้งพี่เลี้ยงเด็กที่เห็นเหตุการณ์และ พยานมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพราะการกระทำแบบนี้ ทำให้เป้นอันตรายของเด็กที่ได้มาฝากพี่เลี้ยงได้ดูแล พี่เลี้ยงควรที่จะมีความเมตตาต่อเด็ก เพราะการกระทำดังกล่าวย่อมส่งผลไปยังตัวเด็ก ผู้ปกครอง และสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ ทำให้ผู้ปกครองคนอื่นไม่อยากที่จะนำบุตรหลานมาเข้ายังสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป