ข่าวทั่วไป

กรมอุตุนิยมฯ เผยทั่วไทยฝนต่อเนื่อง ในภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก กทม-60%

กรมอุตุนิยมฯ พยากรณ์อากาศทั่วไป วันที่ 12 กันยายน 2560 ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณดังกล่าว ให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ในขณะที่ พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 06:00 น.

วันนี้ – 06:00 น. วันพรุ่งนี้ ยังมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ซึ่งส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส มีลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

กรมอุตุนิยมฯ พยากรณ์อากาศแต่ละภาคทั่วประเทศไทย ดังนี้

สภาพอากาศวันนี้1. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ในส่วนมากบริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และชัยภูมิ

มีอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส และลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม

2. ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และสุโขทัย

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส และลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม

3. ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส

ส่วนอุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส และลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ซึ่งทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

4. ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่ง ในส่วนบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส และลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ซึ่งทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

5. ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในส่วนบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส และลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ซึ่งทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

 

กรมอุตุนิยมฯ

6. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ในส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ซึ่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม

สุดท้ายในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในเวลาช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส และลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม

วันนี้ทางเว็บ Gclub คาสิโนออนไลน์ของเรามีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพช่วงฝนตกมาอัพเดทค่ะ เคล็ดลับแนวทางดูแลสุขภาพร่างกายให้รอดปลอดภัยในช่วงฝนตกหนัก หรือในระหว่างที่ฝนตกบ้างไม่ตกบ้าง อย่างไรก็ตามทางเราอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี ในช่วงฤดูฝนอาจทำให้เป็นไข้หวัด หรือมีอาการป่วยกันได้ เมื่อมีวิธีทางไหนที่จะป้องกันได้ง่ายแสนง่าย ดังนี้เลยค่ะ

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ถ้านอนหลับยาก ลองรับประทานกล้วยหอมเข้าช่วย ซึ่งกล้วยหอมจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย และหลับสบายได้ง่ายขึ้น

2. ดื่มน้ำสะอาด ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตรเพื่อเติมน้ำเข้าสู่กระแสเลือด ให้น้ำช่วยรักษาสมดุลของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี จะช่วยทำให้โอกาสการติดเชื้อลดลง

3. อาหารที่ควรรับประทานอาหาร ขิง ข่า ตะไคร้ ใบกะเพรา กระชาย เป็นต้น เพราะเป็นอาหารที่มีความเผ็ดร้อน เป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกาย และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงรับประทาน อาหารที่มีฤทธิ์เย็น รสขม เพราะจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงมากกว่าเดิม ส่งผลให้ระบบการย่อยทำงานหนัก ย่อยยาก

4. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน ในสภาพอากาศประเทศไทยก็เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวก็ฝนตก เมื่อจะต้องออกไปทำภารกิจข้างนอกบ้าน ก็ควรพกร่ม หมวก และผ้าขนหนูขนาดกะทัดรัด ติดกระเป๋าไว้ ปลอดภัยไว้ก่อน หากส่วนไหนของร่างกายเปียกฝน โดยเฉพาะส่วนหัว ก็จะได้ใช้ผ้าขนหนูซับผมให้แห้งให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันอาการปอดบวม

 

กรมอุตุนิยมวิทยา

5. ระมัดระวังน้ำท่วมบ่อเกิดแห่งเชื้อโรค เพราะน้ำที่ท่วมขังจะมีเชื้อโรคอยู่มากมาย ที่จะนำมาซึ่งอหิวาตกโรค โรคมือเท้าเปื่อย ไทรอยด์ ไข้ขึ้นสูง และแผลอักเสบ เป็นต้น ในบางพื้นที่อาจจะเกิดน้ำท่วม ดังนั้นจึงไม่ควรเดินลุยฝน หรือน้ำท่วมขัง และควรรล้างมือ เท้าให้สะอาดทุกครั้งเมื่อเข้าบ้าน

6. อยู่ให้ห่างจากยุง ตัวร้ายที่มาพร้อมกับฝน ยุงจะชุกชุมในช่วงฤดูฝนมากเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศ ความชื้น อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมที่ช่วยต่อการเจริญพันธุ์ของยุง อาจทำให้ต้องเสี่ยงในการเป็นโรคไข้เลือดออก

ภาพถ่ายดาวเทียม

7. ออกกำลังกาย เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะต้องทำสัปดาห์ละ 3 วัน ขึ้นไป จะทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้มากขึ้น ช่วยทำให้มีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีมาก ห่างไกลจากไข้หวัด อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เคล็ดลับในการดูแลร่างกายช่วงหน้าฝน ซึ่งจะแข็งแรงสุขภาพดีไร้กังวลเรื่องการเจ็บป่วย และยังมีบทความสุขภาพที่น่าสนใจอีกมากมาย ติดตามได้กับทางเว็บของเรา อ่านต่อได้ที่…ประโยชน์ของ “น้ำมันรำข้าว” คุณค่าสารอาหารจากข้าวเต็มเมล็ด สำหรับคนที่รักสุขภาพ