ลำดับเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นปิดล้อมโรงพักวิจารณ์ศาลใครผิดใครถูก

ล่าสุดจากมีกระแสข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของตำรวจที่ศแววปฎิบัติหน้าที่ไม่เที่ยงตรง เป็นเหตุให้ประชาชนต้องพบกับเรื่องเดือดร้อนและถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว แต่ล่าสุดด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาเปิดโปงลำดับเหตุการณ์นั้นตำรวจขับรถชนวัยรุ่นจนเสียชีวิต ซึ่งมาลำดับเหตุการณ์และดูว่าใครเป็นคนถูกนะใครเป็นคนผิดกันแน่และที่ทำนั้นเป็นการปฎิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุหรือไม่หรือวัยรุ่นนี้จนเกิดอุบัติเหตุเอง ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลให้โลกโซเชียลและสังคมออนไลน์ที่ออกมาตีตาน่าด่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอย่างมากดังนั้นมาดูลำดับเหตุการณ์กันว่าใครเป็นคนถูกและผิดกันแน่ โดยวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมานั้นมี ผู้ใช้ Facebook ที่ชื่อ Natapol Pheatkim ได้นำคลิปเหตุการณ์และลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเปิดเผยโดยเจ้าตัวได้ให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างตำรวจได้เลยลาผู้ต้องสงสัยที่ทำการส่งยาบ้าตำรวจด้วยใช้ปืนไรยิ่งจนทั้งคู่ต้องขับรถหนีด้วยความเร็วสูง จนส่งผลให้เสียหลักจนเกิดหวัดดีเหตุและทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งผลจากการกระทำและประพฤติปฏิบัติดังนี้จึงทำให้วัยรุ่น 2 รายคือ นายปฐมวัฒน์ ปะณะรักษ์ อายุ 22 ปี และนายธีรพงษ์ ศรีสมุทร อายุ 17 ปี  เป็นผลให้ตำรวจเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของทั้งคู่จนล้มได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาซึ่งสร้างความไม่พอใจให้บรรดาญาติพี่น้องของทั้ง 2 คนอย่างมาก ซึ่งหลังจากนั้นได้ทำการปิดล้อมโรงพักและสถานีตำรวจเพื่อความยุติธรรมคืนมา ซึ่งเวลาต่อมานั้นก็ได้มี Facebook ที่มีชื่อว่า DevilKing BaanKean ได้ออกมาเปิดเผยคลิปสภาพที่เกิดเหตุหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมให้ข้อมูลว่าวัยรุ่นทั้งสองรายได้ขับรถจักรยานยนต์นี้ตำรวจและความเร็วมากก็จะถูกตำรวจนำรถจอดขวางทำให้คู่กรณีทั้งคู่พลาดจนชนเข้าในที่สุด ซึ่งในเวลาต่อมาชาวเน็ตก็ได้ออกมายกย่องกันแล้วถูกเถียงถึงภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏว่าแท้จริงแล้วเด็กเสียหลักไปชนข้างทางจนเสียชีวิตเองหรือเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถพุ่งชนจนเสียชีวิตลงกันแน่ซึ่งจากภาพที่ปรากฏนั้นได้เผยแพร่ว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายล้มคว่ำอยู่บนขอบทางแต่ขณะเดียวกันก็ปรากฏภาพที่มีผ้าไฟหน้าด้าน 1 ของรถยนตร์ตำรวจแต่เช่นกัน ซึ่งเรียกได้เลยว่าจากกรณีดังกล่าวนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนต่อไปซึ่งเราสามารถติดตามหาข้อเท็จจริงได้จากเว็บไซต์ข่าวสารของเรา

Read more

สุดเศร้าน้องเมาท่าชกพี่ชายหลังใช้มีดแทงคอจนตายร้องไห้กอดศพ

โดยในช่วงที่ผ่านมาวันที่ 16 ตุลาคมได้มีการรายงานข่าวเมื่อเวลา 21:00 น. ที่สำนักงานตำรวจแม่ปิงจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงที่ผ่านมานั้นได้รับการแจ้งเหตุมีคนฆ่ากันตายภายในชุมชนบ้านต้นขามซึ่งอยู่ห่างในซอยลึกประมาณห้าร้อยเมตรโดยจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นทราบว่านายทองสุกเป็นผู้ลงมือใช้มีดขนาดยาวประมาณ 20 เซนติเมตรแทงนายสงกานผู้เป็นพี่ชายจนเสียชีวิต โดยตรวจสอบสภาพศพนั้นพบว่าแผลบริเวณใบหน้าและลำคอมีเลือดไหลออกมากองเต็มพื้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำศพออกจากที่เกิดเหตุและนำส่งแพทย์เพื่อชนะสูตรสาเหตุการตายต่อไปให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยจากการสอบถามพยานผู้ใกล้ชิดและผู้เห็นเหตุการณ์นั้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 คนได้ทำการทะเลาะกันและมีปากมีเสียงกันอย่างมากโดยนายทองสุกผู้ก่อเหตุได้ดื่มสุราและมีอาการมึนเมาตะโกนด่าพี่ชายของตนที่นอนอยู่ในบ้านพร้อมทั้งได้เอาก้อนหินขว้างปาใส่หลังคาบ้านพร้อมทั้งพูดจาท้าทาย ซึ่งหลังจากนั้นก็ลงเอยด้วยการฆ่ากันตายนั่นเอง   ต่อมาเมื่อนายทองสุกได้เห็นพี่ชายของตัวเองล้มลงกับพื้นก็รีบตามมาดูและกอดพี่ชายร้องไห้เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนกระทั่งเจ้าตัวที่เข้ามาควบคุมตัวไปยังไม่สามารถให้การใดใดได้เลยทีเดียว โดยเบื้องต้นนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปที่สำนักงานตำรวจแม่ปิงเพื่อทำการสอบสวนต่อไปส่วนศพของพี่ชายจะส่งไปชนะสูตรและติดต่อพร้อมทั้งติดตามหาสาเหตุต่อไปอีกทั้งยังติดต่อญาติมารับไปทำพิธีกรรมทางศาสนาด้วยเรียกได้เลยว่าเป็นข่าวสุดสลดอย่างมากสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Read more

จับได้แล้ว ขโมยที่ลักทรัพย์แล้วยังหอมแก้มผู้เสียหายอีกด้วย

คนเราแปลกขึ้นทุกวันนะคะ เมื่อนายไพศาล ธรรมสาธร อายุ 32 ปี ที่เป็นผู้ต้องหาเข้าไปลักทรัพย์ในร้านออยเน็ต ที่อำเภอดำเนินสะดวก แล้วยังแอบหอมแก้มหญิงสาวที่เป็นลูกจ้างในร้านอีกด้วย ได้นำมาแถลงข่าวแล้ว ซึ่งจากการสอบสวน   นายไพศาลนั้นเขาเป็นอดีตนักโทษที่เพิ่งพ้นโทษมา ในคดีลักทรัพย์หลายพื้นที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงติดตามใบจับกุมตัวและนายไพศาลก็ยังสารภาพว่า หลังจากที่พ้นโทษออกมานั้นก็ก่อเหตุลักทรัพย์ตามร้านค้าต่างๆ และที่ก่อเหตุ   ล่าสุดก็คือร้านออยเน็ต และที่ได้หอมแก้มหญิงสาวที่เป็นรูปลูกจ้างนั้นก็เพราะว่าน่ารักและตนรู้สึกชอบ ทางด้านผู้เสียหายก็รู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้เร็วเพราะตอนนี้ก็รู้สึกหวาดระแวงเหมือนกัน

Read more

รวบแล้ว 2 โจ๋ภูเก็ตใช้ปืนขู่รถยนต์

นับว่าเป็นข่าวดังอย่างมากในวงการสังคมออนไลน์หลัง Facebook ของคุณ Aoskar ได้ออกมาโพสต์คลิปถึงเหตุการณ์ที่ถูกชายหนุ่ม 2 คนใช้อาวุธปืนข่มขู่และขับรถหนีไปโดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 26 ตุลาเวลาประมาณบ่ายโมง 51 นาที โดยจากสถานการณ์ดังกล่าวนั้นได้ทำการบันทึกภาพโดยใช้กล้องที่ติดบนรถยนตร์ซึ่งทำให้เห็นภาพวัยรุ่น 2 รายที่ได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวใช้ปืนข่มขู่รถตู้ของคู่กรณีโดยเบื้องต้นนั้นทราบว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวมีทะเบียน ขตฉ756 ภูเก็ต   จนส่งผลให้ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ออกมารายงานเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมนี้เมื่อเวลา 14:30 น. ที่สำนักงานตำรวจเมืองภูเก็ตได้ออกมาแถลงข่าวการจับกุม 2 เยาวชนชายหนุ่มอายุ 17 ปีพร้อมของกลางด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่ใช้ในการก่อเหตุดังกล่าว รวมไปถึงรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวซึ่งถูกตั้งข้อหาโดยการพกอาวุธปืนในที่สาธารณะและใช้บุชปืนในการข่มขู่ผู้อื่นจนก่อให้เกิดความกลัว ซึ่งจากที่เกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นในถนนเฉลิมพระเกียรติรอ 9 ไปพลาสตำบลรัฏฐาอำเภอเมืองภูเก็ต   โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นนั้นเยาวชนทั้ง 2 คนได้ให้การเบื้องต้นว่าไม่พอใจที่ฝ่ายเปิดไฟขอทางเมื่อตัวหลบทางให้แล้วหันไปมองหน้าคนขับก็เห็นว่าเขาแสดงความไม่พอใจและกำลังพูดจ่ายต่อว่าตนจึงทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะชักปืนขึ้นครูเพื่อหวังให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวอนั่นเอง โดยจากกรณีดังกล่าวนั้นทั้งนี้เยาวชนทั้ง 2 รายเคยติดและต้องโทษคดีในข้อหาแข่งรถในที่สาธารณะเมื่อปี 2557 ส่วนคนที่ขับจักรยานยนต์นั้นถูกจับกุมข้อหายาเสพติดด้วย เรียกได้เลยว่าเรื่องราวดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องราวที่โด่งดังอย่างมากในสังคมออนไลน์และที่สำคัญสำนักงานตำรวจก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ซึ่งสามารถจับผมทั้งสองรายได้ภายในวันรุ่งขึ้นเรียกได้ว่าเป็นการประสานงานที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

Read more