สาระความรู้

เถาวัลย์เปรียง  สมุนไพรพื้นบ้านที่ช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และโรคต่าง ๆ

เถาวัลย์เปรียง …สมุนไพรที่มีชื่ออาจไม่ค่อยคุ้นหูมากหนักสำหรับคนรุ่นใหม่  แต่ความจริงนั้นคนโบราณได้รู้จักนำเอาเถาวัลย์เปรียงมาใช้ประโยชน์ในทางยามาใช้นานแล้ว ทำให้สมุนไพรไทยชนิดนี้ได้ขึ้นชื่อเรื่องของการรักษาถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด…ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน   กลอนของท่านสุนทรภู่บทนี้สอนว่าจิตใจมนุษย์นั้นไซร้ยากแท้หยั่งถึง แต่สำหรับพืชไม้เลื้อยอย่างเถาวัลย์เปรียงนั้นกลับได้รับการเชื่อถือและยอมรับในวงการแพทย์พื้นบ้านและแผนปัจจุบันด้วยสรรพคุณชั้นยอดในการแก้อาการปวดเมื่อย และรักษาโรคอื่น ๆ ทำให้คนไทยในปัจจุบันได้ได้หันมาใช้สมุนไพรที่คนโบราณได้คิดค้นไว้

วันนี้ทางเราจะพาทุกคนไปรู้จักสมุนไพรชนิดนี้ให้มากขึ้น แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จักสรรพคุณต่าง ๆ ของเถาวัลย์เปรียง วิธีการใช้,ข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้ เรามาทำความรู้จักข้อมูลเบื้องต้นของเถาวัลย์เปรียงกันก่อนดีกว่ามีอะไรกันบ้าง เเละยังมีอีกหนึ่งอย่างที่มีประโยชน์มากล้นเเละมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย คือ เห็ดนางรมฮังการี

เถาวัลย์เปรียง

ชื่อทางการ เถาวัลย์เปรียง

เถาวัลย์เปรียง หรือชื่อภาษาอังกฤษเพราะ ๆ ว่า Jewel Vine  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Derris scandens (Roxb.) Benth. อยู่ในวงศ์ถั่ว  FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE เป็นสมุนไพรที่พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย จึงมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น  ภาคกลางเรียกเถาวัลย์เปรียงแดง หรือ เถาวัลย์เปรียงขาว ตามสีของเนื้อไม้ ภาคเหนือเรียกเครือเขาหนัง หรือ เครือค้องแกบ ภาคอีสานเรียกเครือตับปลา หรือ เครือตาปลา ภาคใต้เรียกย่านเหมาะ หรือ ย่านเมราะ

เถาวัลย์เปรียง เป็นพรรณไม้เถา ชอบเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน ใบย่อยรูปไข่ เป็นมันสีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อสีขาว กลีบรองดอกเป็นสีม่วงดำ ตรงปลายกลีบดอกนั้นจะเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ผลเป็นฝักแบนเล็ก ๆ ภายในจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด

เถาวัลย์เปรียง สรรพคุณเด่นดั้งนี้

แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

ในตำรับยาพื้นบ้าน มีการนำเถาของเถาวัลย์เปรียงมาคั่วชงน้ำ แล้วดื่มกินแก้ปวดเมื่อย ส่วนตำรับยาแผนปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และโรงพยาบาลวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ร่วมกันวิจัยทางคลินิกเพื่อศึกษาประสิทธิผลและผลข้างเคียงของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง จำนวน 70 ราย แล้วพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงชนิดแคปซูลขนาด 200 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน มีอาการปวดหลังลดลงไม่ต่างจากกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาแก้ปวดไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ขนาด 25 มิลลิกรัม วันละ 3 เวลาเท่ากัน

เถาวัลย์เปรียง

รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

เถาวัลย์เปรียงนับเป็นสมุนไพรที่ช่วยแก้ปัญหาข้อเข่าเสื่อมได้ดีทีเดียว ดังที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เคยร่วมวิจัยกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แล้วพบว่า ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่ได้รับยานาโปรเซน ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ มีประสิทธิผลในการรักษาและความปลอดภัยไม่แตกต่างจากผู้ที่รับยาสารสกัดเถาวัลย์เปรียง ขนาด 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์

กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

ตามตำรับยาแผนโบราณ เถาวัลย์เปรียงถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของยาอายุวัฒนะเพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และมีงานวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วยเช่นกันค่ะ โดยให้อาสาสมัครสุขภาพดี 59 คน กินแคปซูลสารสกัดเถาวัลย์เปรียงวันละ 400 มิลลิกรัม เช้า-เย็น เป็นเวลา 2 เดือน ก็พบว่าสารสกัดเถาวัลย์เปรียงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ กับร่างกาย แถมยังมีส่วนช่วยควบคุมหรือเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้จริง ๆ

รักษาอาการตกขาว

สรรพคุณของเถาวัลย์เปรียงยังดีต่อสุขภาพผู้หญิงเช่นกัน เพราะช่วยรักษาอาการตกขาวชนิดที่ไม่มีอาการคัน ไม่มีกลิ่น และไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ด้วยค่ะ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาแต่โบราณแล้ว วิธีใช้ก็คือ นำเถาวัลย์เปรียงสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มดื่มต่างน้ำ หรือดื่มวันละ 3 เวลา

ขับโลหิตเสียเเละช่วยให้มดลูกเข้าอู่

อีกหนึ่งสรรพคุณที่พืชชนิดนี้มีดีต่อผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรก็คือ มีฤทธิ์ช่วยขับโลหิตเสียของผู้หญิง โดยการนำเถาวัลย์เปรียงทั้งห้าแบบสด ๆ นำมาต้มกับน้ำแล้วนำน้ำที่ได้มาใช้ดื่มต่างน้ำ นอกจากนี้เถาวัลย์เปรียงยังช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น โดยการนำเถาสดมาทุบให้ยุ่ย แล้ววางทาบบนหน้าท้องคุณแม่หลังคลอด จากนั้นนำหม้อเกลือที่ร้อนมานาบลงบนเถาวัลย์เปรียง

เถาวัลย์เปรียง

นอกจากสรรพคุณอย่างที่บอกไปข้างต้นแล้ว เถาวัลย์เปรียงยังมีประโยชน์อีกมากมายตามตำรายาพื้นบ้าน เช่น

มีรสเฝื่อนเล็กน้อย คนโบราณนิยมใช้เป็นยาถ่ายเสมหะ ลงสู่ทวารหนัก ถ่ายเส้นทำให้เส้นอ่อนและหย่อนดี รักษาเส้นเอ็นขอด แก้เมื่อย แก้เหน็บชา รักษาปัสสาวะพิการ ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด ไอ และหวัด บางตำราว่าส่วนเถามีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลังได้ด้วย วิธีใช้คือนำเถามาหั่นตาก แล้วคั่วไฟให้หอม ชงน้ำกินแทนน้ำชา

ราก มีรสเฝื่อนเมา ตามตำรับยาไทยใช้เป็นยารักษาอาการไข้ และขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย มีสารพวก Flavonol ที่มีชื่อว่า สคาเดอนิน และนันลานิน ใช้เป็นยาเบื่อปลาได้ แต่ไม่มีคุณสมบัติฆ่าแมลง

ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และผลอ่อนของเถาวัลย์เปรียง มีรสมัน ๆ นำมารับประทานเป็นผักสดจิ้มน้ำพริกได้

แคปซูลเถาวัลย์เปรียง…การต่อยอดจากภูมิปัญญาไทย การนำเถาวัลย์เปรียงแบบสด ๆ มาใช้เป็นยารักษาโรคต่าง ๆ อาจยุ่งยากไปสักหน่อย ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงพัฒนาเถาวัลย์เปรียงให้อยู่ในรูปแบบแคปซูลเพื่อใช้ในโรงพยาบาล และได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มี 2 ตัวคือ

ยาเถาวัลย์เปรียง สกัดมาจากส่วนเถา ใช้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ  โดยกินครั้งละ 500  มิลลิกรัม-1 กรัม วันละ 3 ครั้งหลังอาหารทันที ยาสารสกัดจากเถาวัลย์เปรียง ที่สกัดมาจากส่วนเถา 50 เปอร์เซ็นต์ของเอทิลแอลกอฮอล์ ใช้บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง (low back pain) และอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) โดยกินวันละครั้ง ครั้งละ 400 มิลลิกรัม ต่อ 1 วัน

เถาวัลย์เปรียง

เถาวัลย์เปรียง ใช้แล้วมีผลข้างเคียงหรือไม่ ในทางการรักษา

เช่นเดียวกับสมุนไพรชนิดอื่นที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในการใช้ เถาวัลย์เปรียงก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงได้เช่นเดียวกัน

1.ผลข้างเคียงของการใช้ยาเถาวัลย์เปรียง คือ ทำให้ผู้ใช้มีอาการปวดท้อง ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย คอแห้ง ใจสั่น อาจมีอาการผิวหนังอักเสบ หรือเป็นผื่นจากการแพ้

2.ผลข้างเคียงของการใช้ยาสารสกัดจากเถาวัลย์เปรียง คือ ทำให้ผู้ใช้มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ และอุจจาระเหลวโทษของเถาวัลย์เปรียงมีไหม มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ? แม้ว่าเถาวัลย์เปรียงจะมีสรรพคุณโดดเด่นในการรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่ก็มีข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้กับบุคคลบางกลุ่มดังนี้

1.ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์

2.ควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคแผลเปื่อยเพปติก สำหรับยาเถาวัลย์เปรียง ที่ใช้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ และยาสารสกัดจากเถาวัลย์เปรียงที่ใช้บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง และอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม เนื่องจากเถาวัลย์เปรียงออกฤทธิ์คล้ายยาแก้ปวด กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) อาจทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารได้

3.เถาวัลย์เปรียงมีสารที่มีฤทธิ์เช่นเดียวกับฮอร์โมนเพศหญิง ดังนั้นจึงควรระมัดระวังหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

4.ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิต ไม่ควรรับประทาน เพราะยังไม่มีผลการศึกษาแน่ชัดว่า เถาวัลย์เปรียงอาจมีผลไปยับยั้งหรือเสริมฤทธิ์ของยาได้    เว็บไซต์ Holiday Palace ช่องทางแห่งการเดิมพันออนไลน์เกมที่ได้รับความนิยมของการเสี่ยงโชคออนไลน์ได้เป็นอย่างดีที่สุด เลือกเดิมพันผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่ดี เกมที่เอาใจนักเดิมพันได้ทุกวัน เราได้เปิดบริการ 24 ชั่วโมง เกมที่ผ่อนคลายสู่สังคมไทยของการเดิมพันที่ดีในเกมบาคาร่า