สาระความรู้

เครื่องดื่มที่ “ห้ามกินคู่กับยา” เด็ดขาด ! เพราะถ้าดื่มเข้าไปพร้อมกับยาจะเป็นอันตรายมาก

เครื่องดื่ม ห้ามกินคู่กับยา หลายครั้งที่เรามักแอบเห็นคนรอบตัวที่รับประทานยากับเครื่องดื่มอื่นที่ไม่ใช่น้ำเปล่าเข้าปากพร้อมกับยา ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ชา น้ำอัดลม หรือบางครั้งก้ดื่มนม แต่ในความเป็นจริงแล้วการดื่มน้ำเหล่านี้ไปพร้อมกับการทานยานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะอาจจะส่งผลเสียที่คุณอาจไม่เคยทราบมาก่อน

 ห้ามกินคู่กับยา อันตราย

ข้อห้ามสำหรับเครื่องดื่ม ห้ามกินคู่กับยา

วิธีที่ถูกต้องในการกินยา

ควรกินยาพร้อมน้ำเปล่าเท่านั้น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่ส่งผลต่อการออกฤทธิ์กับยาทุกชนิด ควรที่จะเลือกดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องจะดีที่สุด ควรหลีกเลี่ยงการกินยาพร้อมนม ผลิตภัณฑ์จากนม ผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนประกอบ ยาลดกรด วิตามินเสริมอาหาร หากจะกินควรเว้นเวลา 1-2 ชั่วโมงหลังกินยา เพราะยาบางชนิดมีข้อแนะนำในการใช้ยาเพิ่มเติม ควรที่อ่านฉลากยาให้เข้าใจอย่างละเอียดก่อน เพราะหากมีข้อสงสัย ไม่ควรตัดสินใจเอง ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

 

ทำไมเครื่องดื่มบางชนิดถึงห้ามดื่มกับยา

เครื่องดื่มชนิดแรกที่มีความเป็นไปได้สูงว่านั้นอาจมีผู้ดื่มพร้อมกับยา นั่นคือ ชา ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาจีน หรือแม้กระทั่งชาเย็น (ใส่นม) ชา และกาแฟมีสารกระตุ้นประสาทที่เรานั้นรู้จักกันดีอย่าง คาเฟอีน หากคุณทานเครื่องดื่มเหล่านี้ร่วมกับยาบางชนิดที่มีสารบางชนิดที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทเช่นกันอย่าง pseudoephedrine อาจจะพบได้ในยาแก้หวัดทั่วไป ก็จะส่งผลทำให้ร่างกายได้รับสารกระตุ้นประสาทมากเกินไป จนอาจจะทำเกิดอาการกระวนกระวาย นอนไม่หลับ หรือทำให้ใจสั่นได้ นอกจากนี้ในยาบางชนิดนั้นยังมีสารที่อาจยืดเวลาในการออกฤทธิ์ของคาเฟอีนมากขึ้นอีกด้วย เช่น ciprofloxacin และ cimetidine ดังนั้นหากคุณต้องทานยาที่มีสารเหล่านี้ ควรงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนชั่วคราว ตัวอย่างเช่น

 

ห้ามกินคู่กับยา กาแฟ

 

กาแฟ

ทางด้านเว็บไซต์ GclubDownloadเชื่อว่าใครหลายคนเคยกินยาคู่กับกาแฟอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะไม่ส่งผลกระทบอะไร ถ้าหากคุณไม่ได้กินกาแฟคู่กับแคลเซียมในรูปแบบวิตามินหรืออาหารเสริม เพราะหากคุณดื่มกาแฟคู่กับแคลเซียม จะเหมือนการกินแคลเซียมเล่น ๆ เสียเงินไปฟรี ๆ ประโยชน์เเละโทษของกาเเฟที่เราอาจจะยังไม่รู้เพราะกาแฟนั้นมีฤทธิ์ขับแคลเซียมออกจากร่างกายนั่นเอง

 

นอกจากนี้ในกรณีที่ถึงอันตราย ก็คือ การดื่มกาแฟกับยากลุ่มแก้หวัด หรือขยายหลอดลม (ซึ่งอาจจะได้ยาชนิดนี้มาตอนเป็นหวัด คัดจมูก หรือในคนที่เป็นโรคหอบหืดที่ต้องกินยาขยายหลอดลมอยู่เป็นประจำ) ต้องขอเตือนว่าอย่ากินยาขยายหลอดลมพร้อมกาแฟเด็ดขาด เพราะเนื่องจากกาแฟมีฤทธิ์ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เช่นเดียวกับยาขยายหลอดลมที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจเช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อคุณกินพร้อมกันอาจเกิดอาการใจสั่น รวมทั้งภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ หรือในคนที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว จะอันตรายมาก

ห้ามกินคู่กับยา น้ำอัดลม

 

น้ำอัดลม

น้ำอัดลมนั้นมีทั้งกรดและคาเฟอีน ดังนั้นเราจึงไม่ควรกินยากับน้ำอัดลม ซึ่งโดยเฉพาะยาขยายหลอดลม ที่มีส่วนผสมคาเฟอีนในน้ำอัดลมจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ รวมถึงคนที่เป็นโรคกระเพาะ ซึ่งการกินยาลดกรดกับน้ำอัดลมอาจทำให้ตัวยาไม่สามารถลดกรดในกระเพาะอาหารได้เลย เนื่องจากในกระเพาะอาหารเรานั้นมีกรดจากน้ำอัดลมมาให้ยาจัดการจนหมดฤทธิ์ยาไปซะก่อน จะส่งผลให้กระเพาะอาหารไม่ได้รับยาลดกรดไปช่วยเคลือบกระเพาะนั่นเอง

 

หรือหากใครทานยาที่มีผลในการกระตุ้นประสาทอยู่แล้ว การทานยาพร้อมน้ำอัดลมที่ผสมคาเฟอีน จะยิ่งทำให้การดูดซึมและระยะเวลาที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ได้ช้าลง มีผลให้ฤทธิ์ของยาลดลง และอาจจะก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์และผลข้างเคียงของยามากขึ้น

 

ห้ามกินคู่กับยา น้ำผลไม้

 

น้ำผลไม้

น้ำผลไม้ที่เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งไม่ควรกินคู่กับยาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อย่างเช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ควรกินคู่กับยาลดกรดเด็ดขาด เพราะเนื่องจากคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารที่ต้องกินยาลดกรด จะมีภาวะร่างกายหลั่งเป็นกรดเกินปกติอยู่แล้ว ฉะนั้นหากดื่มน้ำผลไม้ที่มีกรดเพิ่มไปอีก ตัวยาเคลือบกระเพาะอาหารหรือยาลดกรดอาจจะต้านทานไม่ไหว หรือการออกฤทธิ์ลดกรดได้แต่ในส่วนของน้ำผลไม้มีกรดที่เราดื่มเข้าไป จะกลายเป็นว่ากระเพาะอาหารต้องเผชิญกับกรดโดยลำพังอย่างไร้ซึ่งผู้ช่วยใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ห้ามกินคู่กับยา เหล้า

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับยาเป็นสิ่งที่ไม่ควรกินคู่กันอย่างยิ่ง แต่อย่างน้อยเราก็เชื่อว่าหลายคนคงไม่กินยากับเหล้า เบียร์ ไวน์ หรือค็อกเทลแน่นอน เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับยาที่อาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายกับร่างกายก็คือในกรณีของคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ จะมีภาวะพิษสุราเรื้อรัง หากคุณดื่มมาอย่างหนักแล้วเช้าขึ้นมาปวดหัว จัดยาพาราเซตามอลเข้าไป บอกเลยว่ายิ่งจะเป็นการทำร้ายตับซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอาจเพิ่มความเสี่ยงถึงภาวะตับวายได้เลยนะคะ

 

ทั้งนี้ก็เพราะว่า คนที่ดื่มเป็นประจำ ตับอาจจะมีการสูญเสียไปบางส่วน นั่นหมายความว่า ประสิทธิภาพในการกำจัดของเสียจากตับจะลดลงน้อยลงไปด้วย ดังนั้นการกินยาพาราเซตามอลเพื่อที่แก้เมาค้าง ก็จะยิ่งทำให้ยาพาราเซตามอลเข้าไปสะสมอยู่ในตับเรื่อย ๆ กระทั่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งอีกด้วยค่ะ