สาระความรู้

สับปะรด สารพัดประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม

ผลไม่ไม่ว่าจะผลไม้ไทยหรือว่าต่างประเทศก็มให้ประโยชน์ที่ดีทั้งนั้นเลยนะคะ และถ้าหากพูดถึงผลไม้ไทยหลายคนอาจจะนึกถึง สับปะรด เป็นสิ่งสุดท้ายก็ได้นะคะ เพราะว่าสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีขั้นตอนการปลอกเปลือกที่ยุ้งยากและสับปะรดยังมีรูปร่างที่แปลกตาด้วยนะคะสับปะรดจัดว่าเป็นผลไม้ที่ทุกคนชื่นชอบสับปะรดมีมากกว่าประโยชน์ที่เราคิด และการทานสับปะรดยังมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคต่าง ๆ และสับปะรดยังสามารถนำสับปะรดมาแปรรูปได้อีกมากมายเรามารู้จักกับสับปะรดกันดีกว่านะคะว่าการทานสับปะรดนั้นดีอย่างไร

ต้น สับปะรด

สับปะรดเป็นผลไม้ลำต้นเตี้ย และยังสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศร้อนแห้ง แล้ง มีดินปนทราย ขนาดของผลสับปะรดจะใหญ่กว่าลำต้น ส่วนใบนั้นมีลักษณะเรียวยาว และแข็งแรงใช้ในการกักเก็บน้ำได้ดีครับเพราะว่ามีเส้นใยที่เหนียวมากตรงเปลือกของสับปะรดซึ่งจะมีลักษณะแข็งมีตาปรากฎอยู่รอบ ๆ เปลือกเนื้อสับปะรดมีรสหวานอมเปรี้ยวชุ่มน้ำ ซึ่งสับปะรดบางพันธุ์มีรสหวานฉ่ำส่วนมากนะครับจะนิยมปลูกทั้งพันธุ์ปัตตาเวีย และพันธุ์ภูเก็ต แต่ทว่าสับปะรดในบ้านเราส่วนมากที่ขายกันอยู่ก็จะมีสับปะรดนางแล ภูแล เพชรบุรี ศรีราชา ฯลฯ

 10 ประโยชน์ที่คุณอาจไม่รู้ของ สับปะรด

 

  1. ขึ้นชื่อว่าสับปะรดมีประโยชน์แทบทุกส่วน ทั้งใบสับปะรดที่สามารถนำมาทำเป็นผ้าใยสับปะรดกระดาษ และนิยมนำมาทำเชือก เปลือกสับปะรดก็นำมาทำเป็นอาหารของวัว และนำมาหมักเป็นปุ๋ย ส่วนแกนสับปะรดยังช่วยขับปัสสาวะ แก้นิ่วได้อีกด้วยนะคะ
  2. สับปะรดมีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร โดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีน ดังนั้นใครที่ทานบุฟเฟต์ปิ้งย่าง ก็อย่าลืมทานสับปะรดช่วยย่อยตามหลังไปด้วยนะคะ
  3. ใครที่กำลังหาสูตรจะหมักเนื้อ หมู ไก่ ทำสเต็ก ละก็อย่าลืมลองหมักกับสับปะรดดูสิ รับรองว่าได้เนื้อนุ่มๆ โดยไม่ต้องทุบเนื้อเลยแหละ
  4. สับปะรดช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  5. สับปะรดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ต่อต้านหวัด และยังมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายสับปะรด ปัตตาเวีย
  6. สับปะรดมีสารต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
  7. สับปะรดช่วยลดอาการท้องผูก
  8. สับปะรดช่วยลดเสมหะในลำคอ
  9. สับปะรดช่วยให้สุขภาพช่องปาก ฟัน และเหงือกแข็งแรง
  10. สับปะรดมีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิตสูง

คุณสาวๆหลายคนอาจจะมีความเชื่อว่าการทานสับปะรดนั้นช่วยในการลดน้ำหนักได้ แต่นั้นก็ไม่แค่ประโยชน์ของสับปะรดเพียงอย่างเดียวหรอกนะคะ แต่การทานสับปะรดมาก ๆ อาจทำให้เกิดอาการคันลิ้น แสบลิ้นขึ้นมาได้ ดังนั้น คุณสาวๆก็ควรทานแต่พอดี หลังทานมื้ออาหารราว 2-3 ชิ้นใหญ่ หรือว่าไม่เกิน 1 ลูกต่อวัน เท่านี้ก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้วล่ะค่ะ

สับปะรดมีประโยชน์ต่อร่างกายจริงหรือไม่

สับปะรด สรรพคุณ ผิว

แม้ว่าจะมีข้อมูลด้านการทดลอง และงานค้นคว้าวิจัยมากมายเกี่ยวกับสารเคมีในสับปะรดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารโบรมีเลน ที่พบในสับปะรดนะคะ แต่ทุกวันนี้ก็ยังคงไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ที่ออกมาเปิดเผยอย่างชัดเจนถึงประสิทธิผลทางสุขภาพต่อการรักษาโรค

ดังนั้น ผู้บริโภคสับปะรดก็ควรระมัดระวัง และก็ควรที่จะคำนึงถึงปัจจัยทางสุขภาพของตนก่อนการบริโภค และไม่บริโภคสับปะรดหรือว่าใช้สารสกัดจากสับปะรดเพื่อหวังผลทางการรักษาปัญหาสุขภาพด้วยตนเอง เพราะว่าถ้าหากไม่มั่นใจหรือมีข้อสงสัยประการใด คุณก็ควรศึกษาหาข้อมูลที่สำคัญเพิ่มเติมและปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุดนะคะ

ปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคสับปะรด

ปริมาณที่พอดีสำหรับการบริโภคสับปะรดต่อวัน คือ เนื้อสับปะรด2 ชิ้น มีวิตามินซีอยู่ประมาณ 100 มิลลิกรัม ส่วนสับปะรดที่ถูกแปรรูปแล้วอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเช่น น้ำสับปะรดซึ่งจะมีสารโบรมีเลนอยู่ประมาณ 500 มิลลิกรัม

ความปลอดภัยในการบริโภคสับปะรด

แกน สับปะรด โทษ

1.ผู้บริโภคทั่วไป

โดยทั่วไปแล้ว การบริโภคสับปะรดอย่างปลอดภัยนั้นก็มีข้อมูลเช่นกันนะคะ โดยสารโบรมีเลนที่พบในสับปะรดมีความเป็นพิษต่ำมาก แต่ทว่าถึงอย่างไรก็ตาม สารนี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการบริโภคได้ อย่างเช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ประจำเดือนมามากกว่าปกติ และอาจจะมีผดผื่นคันตามผิวหนังด้วยนะคะ

และเว็บไซต์ Holiday Palace ผู้ให้บริการด้านการเล่นเกมส์บาคาร่าออนไลน์ ก็ยังได้บอกอีกด้วยนะคะว่า ถ้าหากรับประทานสับปะรดมากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้มีอาการปากบวมหรือแก้มบวม ริมฝีปากหรือมุมปากอักเสบได้ และการรับประทานน้ำสับปะรดที่ยังไม่สุกเต็มที่อาจทำให้อาเจียนขั้นรุนแรงได้นะคะ

2.ผู้ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

– ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร แม้ว่าปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนที่เพียงพอเกี่ยวกับอันตรายจากการรับประทานสับปะรดในผู้ที่ตั้งครรภ์หรือว่าตอนนี้กำลังให้นมบุตร แต่ผู้บริโภคควรระมัดระวังและรับประทานสับปะรดในปริมาณที่พอดีเท่านั้นนะคะ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดผลข้างเคียงต่อตนเองและทารกนั่นเองค่ะ

– ผู้ป่วยภูมิแพ้ หรือว่าผู้ที่มีภาวะภูมิไวเกิน ถ้าหากเป็นผู้ที่แพ้สารประกอบใด ๆ ในสับปะรดทางที่ดีก็ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคสับปะรดและอาหารบางชนิด หรือว่าคุณควรหลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ในลักษณะเดียวกันได้ อย่างเช่น ผักชีฝรั่ง ผักชีล้อม แครอท ข้าวสาลี สารลาเท็กซ์ ละอองเรณูของต้นหญ้า เป็นต้น

– ผู้ป่วยผ่าตัด สารโบรมีเลนที่พบในสับปะรด นั้นอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะมีเลือดออกทั้งในระหว่างการผ่าตัดและหลังการผ่าตัด ดังนั้น คุณจึงควรหยุดบริโภคสับปะรดและสารโบรมีเลนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันผ่าตัดจะดีที่สุดนะคะ