ข่าวทั่วไป

วินมอเตอร์ไซค์หัวร้อน ลงมือทำร้ายคู่กรณีจนเลือกอาบ

โลกเราทุกวันนี้เปลี่ยนไปมากเลยนะคะ รวมถึงภาวะโลกร้อนที่ตอนนี้ทำให้จิตใจและอารมณ์ของมนุษย์เราร้อนตามไปด้วย ดั่งเช่นข่าวที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้นะคะ เมื่อ วินมอเตอร์ไซค์หัวร้อน ลงมือทำร้ายคู่กรณีจนเลือกอาบ จนกลายเป็นที่วิจารย์ไปทั่วโลกออนไลน์

ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 23 ก.ค.60 โดยเรื่องนี้ทางด้านของ ร.ต.อ.อภิรักษ์ สุริยะฉาย รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งเกิดเหตุว่าเกิดเหตุทะเลาะวิวาทใช้มีดพกฟันได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้เกิดที่ถนนพิพิธประสาท สะพานซอย 4 เขตเทศบาลนครนครปฐม เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ เดินทางไปที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็พบนายวิพน จะนุรัตน์ อายุ 56 ปี โดยมีอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างท่าวัดไผ่ล้อมมีบาดแผลถูกมีดฟันที่ต้นแขนขวาแผลยาว 3 นิ้ว จนแขนเสื้อขาด และมีเลือดไหลนอง เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลและนำคนเจ็บส่ง ร.พ.ศูนย์นครปฐมอย่างเร่งด่วน

 ข่าว วินมอเตอร์ไซค์หัวร้อน

เบื้องต้นในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบ นายไพฑูรย์ ฉิมสิงห์ อายุ 28 ปี คู่กรณีที่ถูกกรรไกแทงที่แขนขวาแผลยาว 1 นิ้ว และยังพบมีดพับที่ใช้แทงอยู่ในกระเป๋ากางเกง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมาสอบปากคำที่สภ.เมืองนครปฐม จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ในขณะที่จอดรถจักรยานยนต์ลงมาซื้อน้ำมะพร้าว ที่สะพานซอย 4 นายวิพน ผู้บาดเจ็บขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็ได้จอดรถเข้ามาต่ออย่างรุนแรงหาว่าขี่ รถจักรยานยนต์ปาดหน้ารถขณะขี่ไปส่งผู้โดยสาร และทั้งคู่ก็ท้าทายกัน กอดรัดฟัดเหวี่ยง

แต่ทว่าทางด้านของ นายวิพน ตัวใหญ่ จึงคว้ามีดพับในกระเป๋าออกมานายวิพน เลยหยิบกรรไกรจากรถออกมาสู้กันเลยถูกแทงได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกปากคำไว้เพื่อสอบสวนนายวิพน และเช็คภาพวงจรปิด ก่อนตั้งข้อหาทั้ง 2 คน

และเว็บไซต์ IBCbet ผู้ให้บริการด้านการเดิมพันกีฬาออนไลน์ก็ยังได้บอกอีกนะคะว่า จากเหตุการณ์วินมอเตอร์ไซค์หัวร้อน ลงมือทำร้ายคู่กรณีจนเลือกอาบ ในที่สาธารณะนั้นก็คลายกับข่าว คุณตาซาเล้ง ถูกไอ้จ๊อดวัยรุ่นใจร้อนเตะตกรถจนเสียชีวิต เรียกได้ว่าข่าวการทำร้ายร่างกายนั้นมีให้เห็นทุกวัน  เรามาลองศึกษากฎหมายการทำร้ายร่างกาย กันบ้างนะคะ ว่าบทลงโทษในกรณีการทำร้ายร่างกายนั้นมีอย่างไรบ้าง?

โทษที่ วินมอเตอร์ไซค์หัวร้อน ลงมือทำร้ายคู่กรณีต้องได้รับถ้าถึงศาล

วินมอเตอร์ไซค์หัวร้อน นครปฐม

หลายคนอาจจะทราบกันดีนะคะว่า ทุกวันนี้ปัญหาการใช้ความรุนแรงในสังคมไทยมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะเห็นได้จากข่าวที่มีการนำเสนออย่างต่อเนื่อง นับวันความรุนแรงที่ปรากฏออกมานั้นมีหลากหลาย และเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น เหมือนกับข่าวที่เราได้นำเสนอไปในข้างต้น

และนอกจากประเด็นของการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดแล้ว สิ่งที่สังคมให้ความสนใจไม่แพ้กันก็คือ “ระดับความรุนแรงที่ได้กระทำ”  ซึ่งความผิดฐานใดตามประมวลกฎหมายอาญาระหว่างความผิดลหุโทษตามมาตรา 391 และยังมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 หรือว่าความผิดฐานทำร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัส ตามมาตรา 297 โดยรายละเอียดของทั้งสามมาตรานี้แตกต่างกันอย่างไรนั้นจะขอนำเสนอ ดังนี้

ความผิดลหุโทษ ฐานใช้กำลังทำร้ายร่างกาย

 วินมอเตอร์ไซค์หัวร้อน วัดไผ่ล้อม

มาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า…“ผู้ใดที่ได้ใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือว่าจิตใจ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือว่าปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

โดยผู้กระทำความผิดตามมาตรา 391 นี้ต้องมีเจตนาทำร้ายทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อันเป็นการกระทำต่อกายหรือจิตใจ เนื่องจากว่าการทำร้ายนี้ต้องกระทำโดยใช้กำลังคือใช้แรงกายภาพ และไม่ต้องมีผลถึงเป็นอันตรายแก่กายหรือว่าจิตใจ อาทิ การแตะต้องเนื้อตัวบุคคลโดยไม่มีอำนาจ หรือว่าการใช้กำลังผลักในการทะเลาะวิวาทกัน อย่างเช่น การชกต่อย ตบ เตะ ถีบ ขว้างด้วยของแข็ง หรือแม้กระทั่งการถ่ายปัสวะรดก็เป็นการทำร้ายร่างกายด้วยเช่นกัน”

ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย

ตามกฎหมายมาตรา 295 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ได้บัญญัติว่า… “ผู้ใดที่ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ต้องทำรุนแรงแค่ไหนถึงเรียกว่าทำร้าย

วินมอเตอร์ไซค์หัวร้อน นครปฐม

คำว่า “ทำร้าย” หมายถึง ผู้ที่ได้ลงมือกระทำผิดมีเจตนาทำให้เสียหาย เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายโดยใช้กำลังหรือไม่ก็ตาม อย่างเช่น ล่อหลอกให้บุคคลอื่นตกบันไดบ้านจนเกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ ก็เป็นการ “ทำร้าย” ตามมาตรานี้

โดยส่วนใหญ่แล้วการทำร้ายตามมาตรานี้ ถือว่าเป็นการกระทำโดยแรงกายภาพ อย่างเช่น การชกต่อย ทุบตี ถีบ เตะ กระทืบ ผลัก เหวี่ยง หรือกระทำด้วยอาวุธ เช่น ปืน มีด หอก ดาบ ไม้หรืออื่น ๆ ที่สามารถใช้ทำร้ายให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจได้ รวมทั้งการใช้ยาพิษหรือว่ายาอื่นใดที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจได้ก็เป็นความผิดตามมาตรานี้ด้วยเช่นกันค่ะ

ความผิดฐานทำร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัส

ตามกฎหมายมาตรา 297 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ได้บัญญัติว่า…“ผู้ใดที่ได้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี

อันตรายสาหัส ได้แก่

–     ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือว่าเสียฆานประสาท

–    เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือสูญเสียความสามารถในการสืบพันธุ์

–    เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด

–    หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว

–    แท้งลูก

–    จิตพิการอย่างติดตัว

–    ทุพพลภาพ หรือว่าอาการป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต

–    ทุพพลภาพ หรือการป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่าย 20 วัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า20 วัน”