สาระความรู้

มดแดง คืออะไร?

ธรรมชาติของสัตว์โลกนั้นย่อมมีสิ่งที่เป็นความลักอยู่จริงไหมละคะ และ มดแดง ก็ถือว่าเป็นสัตว์ขนาดเล็กอีกชนิดหนึ่งที่สร้างความฉงนให้กับมนุษย์โลกเราได้ไม่น้อยเลยนะคะ เพราะว่ามดแดงนั้นสามารถยกของที่มีน้ำหนักเกินตัวมันได้มากถึง 50 เท่าเลยนะคะ  เรียกได้ว่ามีพละกำลังมากกว่าคนเราหลายเท่าเลยนะคะ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันนะคะว่า มดแดงนั้นคืออะไร น่าสนใจอย่างไรบ้าง

มดแดง คืออะไร

มดแดง ชื่อวิทยาศาสตร์

มด ถือว่าเป็นแมลงในอันดับ Hymenoptera  ในกลุ่มเดียวกับ ผึ้ง ต่อ และแตน  ดจะมีวงจรชีวิต 4 ระยะ คือ  ไข่ หนอน ดักแด้ และก็มดตัวเต็มวัย โดยมดอยู่ในวงศ์ Formicidae ลักษณะเด่นที่ใช้ในการจำแนกมดได้แก่ หนวดแบบข้อศอก (geneiculate)  และที่เอว (pedicel)  เอวของมด คือ ส่วนอกที่ลดรูป ซึ่งมดแต่ละวงศ์อาจมีส่วนเอว 1 – 2 ปล้องเท่านั้น  และมีลักษณะที่แตกต่างกัน เราจึงมองเห็นสัดส่วนของร่างกายมดมี 4 ส่วน นั่นคือ ส่วนหัว (head)  ส่วนอก (alitrunk)  ส่วนเอว (pedicel) และส่วนท้อง (gaster)

ทำความรู้จักกับ มดแดงส้ม

นอกจากนี้แล้วทางด้านของเว็บไซต์ คาสิโน  ผู้ให้บริการด้านคาสิโนออนไลน์ ชั้นนำที่เปิดให้เล่นเกมส์การเดิมพันออนไลน์บนมือถือ ก็ยังได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีกด้วยนะคะว่า “มดแดงส้ม” จัดอยู่ในวงศ์ย่อย Formicinae สกุล Oecophylla โดยลักษณะเด่นของมดแดงส้มคือ ส่วนเอวมี 1 ปล้อง  ส่วนของกราม (mandible) และยังมีฟัน 10 ซี่  หนวดมีปล้องจำนวน 12 ปล้อง ส่วนท้องยกขึ้นเหนือส่วนอก ทั่วโลกพบมดในสกุล  Oecophylla 13  ชนิด

และมดแดงส้มในประเทศไทยมีเพียงหนึ่งชนิด คือ  Oecophylla smaragdina   และมีชื่อสามัญว่า Weaver ants หรือว่า Green ants ซึ่งลักษณะเด่นของมดแดงส้ม คือ มีขนาดใหญ่ และทำรังบนต้นไม้ แต่มีการสำรวจพบการทำรังในบ้านเรือนด้วยเช่นกัน

ไข่ มดแดง

และมดแดงส้มที่พบในไทยนั้นจะมีพฤติกรรมการสร้างรังที่เป็นเอกลักษณ์ คือ มดจะต่อตัวโดยมดงานและใช้กรามคาบส่วนประกอบของร่างกายมดภายในรังด้วยกัน เพื่อที่จะดึงใบไม้มาชิดติดกัน และเชื่อมขอบใบไม้ภายในและภายนอกด้วยสารจากส่วนท้องของตัวอ่อนมด เพื่อนำมาถักทอรังให้เชื่อมคิดกัน ลักษณะของใยจะมีลักษณะคล้ายใยแมงมุม

มดแดงส้ม เป็นสัตว์กินเนื้อ และอาจจะเสริมด้วยน้ำหวานจาก เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยอ่อน และผีเสื้อบางชนิด มดแดงส้มมีวรรณะภายในรังเช่นเดียวกับมดชนิดอื่น ๆนะคะ นั่นก็คือ มี 3 วรรณะ คือ นางพญา(Queen)  ราชา (King)  และมดงาน  ( Workers )  โดยในมดงานยังแบ่งการทำหน้าที่แตกต่างกันตามขนาดที่ต่างกัน อย่างเช่น มดงานขนาดเล็ก มีหน้าที่ดูแลตัวอ่อนและไข่ มดงานขนาดย่อมก็จะมีหน้าที่ดูแลซ่อมแซมรัง และค่อยหาอาหาร

ส่วนมดแดงส้มขนาดใหญ่จะมีหน้าที่ ในการหาอาหารและปกป้องรังจากผู้รุกราน  มดแดงส้มไม่มีเหล็กในเพื่อใช้ในการปกป้องจากศัตรู แต่พวกมันใช้วิธีกัด และฉีดสารที่มีคุณสมบัติเป็นกรด ที่มีชื่อว่า Formic acid มดจะฉีดสารนี้เพื่อขับไล่ศัตรู หรือว่าฉีดเข้าใส่บาดแผลของศัตรูทำให้เกิดอาการระคายเคือง และแสบสารนี้นอกจากมีค่าความเป็นกรดแล้วยังมีกลิ่นฉุน ทำให้ศัตรูร่นถอยอีกด้วยนะคะ

ฟาร์มไข่ มดแดง

ปัจจุบันนี้ในประเทศไทยมีการบริโภคตัวอ่อนดักแด้ และตัวเต็มวัยของมดแดงส้มมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยชาวบ้านจะใช้ชะลอมหรือกระบุงผูกติดปลายไม้ไผ่ และแหย่ไปที่รัง จากนั้นจะทำให้ตัวอ่อนและดักแด้ของมดงานร่วงลงภาชนะรองรับ จากนั้นจะใช้ไฟผามดงานเพื่อไม่ให้มดงานคาบตัวอ่อน และดักแด้หนีไปบริเวณอื่น

พอมาถึงยุคปัจจุบันนี้ ภาชนะพลาสติกที่มีคุณสมบัติ เบา และยังมีความคงทนเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน เพราะว่าภาชนะสอยไข่มดแดงจึงเปลี่ยนจากการใช้กระบุงหรือชะลอม เป็นถังพลาสติก หรือว่าจะเป็นกระสอบพลาสติกผูกติดปลายไม้แทน และเปลี่ยนวิธีไล่มดงานเพื่อป้องกันการคาบไข่หนีโดยการใช้ แป้งมันสำปะหลัง เพราะว่าแป้งมันจะทำให้มดแดงไม่คาบไข่หนี

การทำอย่างนี้นั้นนับเป็นภูมิปัญญาที่เป็นผลผลดี มดงานเหล่านั้นจะสามารถเข้าซ่อมแซมรัง และก็ดูแลนางพญาเพื่อผลิตไข่ชุดใหม่ต่อไป ส่วนฤดูร้อนเป็นช่วงที่เหมาะสมต่อการสอยไข่มดแดงเป็นอย่างมากเลยนะคะ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่นางพญาผลิตทายาท เพื่อที่จะขยายอาณาเขตประชากรของรัง และพอถึงฤดูฝนอาหารในธรรมชาติมีมาก มดนางพญารองจะออกจับคู่ผสมพันธุ์เพื่อไปสร้างอาณาจักรใหม่ต่อไปนั่นเองค่ะ

เมนู ไข่มดแดง

 รัง มดแดง

“ไข่มดแดง” ถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารตามฤดูกาล ที่เมื่อใครได้ลิ้มลองแล้วก็มักจะติดอกติดใจกันถ้วนหน้า เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วคุณมักจะได้ยินกันว่าเป็นอาหารจานเด็ดของภาคอีสาน แต่ทว่าในทางภาคเหนือและภาคกลางก็มีให้กินเช่นกัน แต่ทว่าสำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก หรือว่ายังไม่เคยได้ลองชิม ก็มาทำความรู้จักกับ “ไข่มดแดง” กันเสียหน่อยดีกว่านะคะว่าไข่มดแดง นั้นมีดีอย่างไร?

ไข่มดแดงจัดว่าเป็นอาหารตามฤดูกาลสามารถหาทานได้ง่าย ในช่วงฤดูร้อน หรือประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ เรื่อยไปจนถึงเดือนมิถุนายน  ไข่มดแดงสามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิดคือ ไข่ผาก ซึ่งเป็นไข่ที่มดแดงออกมาเพื่อให้เจริญเติบโตเป็นตัวมดแดง ซึ่งจะมีลักษณะเล็ก ลีบ ฝ่อ ไม่เต่งตึง ส่วนใหญ่แล้วไข่ผากนั้นจะมีตลอดทั้งปี แต่ทว่าเราก็ไม่นิยมนำมาปรุงอาหาร เนื่องจากว่ามีรสเปรี้ยว และเลือกไข่ออกจากแม่มดแดงได้ยาก และถ้านำมาปรุงอาหารก็จะใช้ใส่ต้มยำ หรือใส่อาหารเพื่อให้มีรสเปรี้ยว

อาหาร มดแดง

ส่วน ไข่ใหญ่ หรือว่า ไข่มดแดง จะมีขนาดใหญ่เต่งตึง และจะมีน้ำในไข่มากกว่าไข่ผาก ไข่ใหญ่จะเจริญเติบโตออกมาเป็นแม่เป้ง ซึ่งเป็นอีกมดแดงอีกแบบหนึ่งที่สามารถบินได้ และเมื่อแม่เป้งโตเต็มที่แล้วก็จะออกไข่มาเป็นลูกมดแดง ไข่ใหญ่ซึ่งไข่มดชนิดนี้นั้นจะมีเฉพาะในฤดูร้อน เพราะเป็นช่วงที่มดแดงจะเร่งแพร่ขยายพันธุ์ ตั้งแต่ช่วงปลายฤดูหนาวประมาณเดือน กุมภาพันธ์ ไปจนถึงเดือนมิถุนายน แต่ทว่าช่วงที่นิยมนำมากินกันมากที่สุดคือช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม เพราะว่าไข่มดแดงช่วงนี้จะใหญ่ เต่ง ตึง และอร่อยที่สุดนั่นเองค่ะ

ไข่มดแดงเป็นสิ่งที่เราสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู อย่างเช่น ต้มกับผักหวานป่า ยำไข่มดแดง  ก้อยไข่มดแดง เป็นต้น ซึ่งไข่มดแดงนั้นก็มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะโปรตีน ฟอสฟอรัส และก็แคลเซียม แถมใน ไข่มดแดงยังมีสรรพคุณทางยาช่วยระบายท้อ ช่วยให้เจริญอาหาร และเป็นอาหารบำรุงธาตุน้ำด้วยนะคะ