สาระความรู้

ฟังทองไทย มีคุณประโยชน์มากมาย ช่วยบำรุงร่างกายของเราให้แข็งแรง แถมเมล็ดยังกินได้ คุณประโยชน์ไม่แพ้เนื้อ!!!

ฟักทองไทย แบ่งออกเป็น 2 ตระกูล ตระกูลแรกก็คือ ตระกูลฟักทองอเมริกัน (Pumpkin) ผลใหญ่ เนื้อยุ่ย และตระกูลสควอช (Squash) ซึ่งได้แก่ฟักทองไทยและฟักทองญี่ปุ่น โดยฟักทองไทยนั้น ผิวของผลขณะยังอ่อนจะเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสลับเขียว ผิวมีลักษณะขรุขระเล็กน้อย เปลือกจะแข็ง เนื้อด้านในเป็นสีเหลือง พร้อมด้วยเมล็ดสีขาวแบน ๆ ติดอยู่ข้างในลูกของฝักทอง

ฟักทองไทย ชื่อสามัญ Pumpkin

ฟักทองไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita moschata Duchesne จัดอยู่ในวงศ์แตง (CUCURBITACEAE)

ฟักทองไทย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก ซิงค์ เป็นต้น

ฟักทองไทย

ฟักทองยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะฟักทองมีกากใยที่สูงมาก มีแคลอรีและไขมันน้อย จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพียงแค่รับประทานฟักทองหนึ่งถ้วยหรือ 3 กรัม จะทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น และทางเว็บไซต์ของเราได้มีอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจ มาให้กับผู้อ่านได้อ่านหาความรู้เพิ่มเติม นั่นก็คือ ขมิ้นชันเหลือง สมุนไพรพื้นบ้านของไทย ที่เต็มไปด้วยสรรพคุณมากมาย พร้อมนำมาเป็นส่วนประกอบของการทำอาหาร หากใครที่สนใจลอกอ่านถึงสรรพคุณของขมิ้นชันนี้ได้เลย

ฟักทอง แม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มาก แต่การรับประทานอย่างไม่เหมาะสมก็อาจเกิดโทษได้เช่นกัน เนื่องจากฟักทองนั้นมีฤทธิ์อุ่น ไม่เหมาะกับผู้ที่กระเพาะร้อน เช่น ผู้ที่มักมีอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก มีแผลในช่องปาก เหงือกบวมเป็นประจำ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีอาการเหล่านี้ไม่ควรรับประทานฟักทองในปริมาณที่มากเกินไปหรือบ่อยเกินไป แม้กระทั่งในคนปกติเองก็ตาม ก็ไม่ควรรับประทานอย่างไร้สติ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้ ดั้งนั้นเราควรที่จะรับประทานในปริมาณที่พอดี เพื่อป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นจากการรับประทานที่มากเกินไป

ฟักทองไทย

ประโยชน์ของ ฟักทองไทย มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก

สำหรับใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่แล้วละก็ มาลองทานฟักทองดู เพราะฟักทองจะช่วยทำให้รูปร่างให้สมส่วนอยู่เสมอ ฟักทองนั้นเต็มไปด้วยไฟเบอร์ ทานแล้วอยู่ท้องไม่หิวบ่อย และที่สำคัญมีแคลอรีต่ำ จึงไม่ทำให้อ้วน ดังนั้นฟักทองจึงช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ แถมมีรสชาติที่อร่อยมาก

ฟักทองไทยช่วยลดรอยตีนกาสำหรับผู้หญิง

ในฟักทองนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างแคโรทีนอยด์ ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผิวหย่อนคล้อยทำให้เกิดรอยตีนกาได้ง่าย รวมทั้งริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ ซึ่งการทานฟักทองเป็นประจำจะช่วยปกป้องร่างกายจากความแก่ชรา ทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมตัวช้าลง ทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย

ฟักทองไทย

ช่วยในการปรับสมดุลของอารมณ์

ฟักทองถือว่าเป็นอาหารที่ทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้ สำหรับใครก็ตามที่มีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่เสมอนั้น ลองมาทานฟักทองให้มากขึ้น เพื่อช่วยปรับอารมณ์กันดู เพราะในเนื้อของฟักทองนั้น เต็มไปด้วยสารอาหาร ที่จะช่วยลดความเครียด ช่วยทำให้อารมณ์สงบนิ่ง หรือการทานเมล็ดฟักทอง เป็นของกินเล่นก็จะได้ประโยชน์เหมือนกัน แถมยังทำให้เพลิดเพลินในขณะทาน

ฟักทองไทยช่วยบำรุงเลือด

ในฟักทองนั้นมีวิตามินเคอยู่สูง และยังมีแร่ธาตุที่สำคัญต่อระบบเลือดอย่างธาตุเหล็ก โพแทสเซียม สังกะสี และแมกนีเซียม ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จะช่วยบำรุงประสาท กระดูก กล้ามเนื้อ ทำให้ฟังทองมีความสามารถในการบำรุงเลือด

ฟักทองไทย

ช่วยบำรุงสายตาให้มีสายตาที่ดีขึ้น ไม่พล่ามัว

นับว่าเป็นสรรพคุณเด่นอย่างหนึ่งของฟักทองสำหรับผู้ที่ต้องใช้สายตาจ้องจอมือถืออยู่เป็นเวลานาน จนก่อให้เกิดปัญหาสายตา ลองทานฟักทองดู เพราะในฟักทองมีวิตามินเอ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการบำรุงสายตา ช่วยปกป้องสายตาจากการถูกทำลาย

ฟักทองไทยช่วยลดไขมัน

การทานฟักทองอยู่เป็นประจำ จะช่วยลดไขมันที่อยู่ในร่างกาย  ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่บั่นทอนสุขภาพ ทำให้ร่างกายเกิดความเสื่อมในร่างกาย และทำให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี  จึงทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น

จะเห็นได้ว่าฟักทองนั้นมีประโยชน์มากมายหลายข้อที่เรามองข้าม มีส่วนในการช่วยลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก มีส่วนช่วยในการลดริ้วรอย ปกป้องผิวพรรณจากมลภาวะ สารพิษที่อยู่รอบตัว และมีวิตามินเอสูง จึงช่วยทำให้สุขภาพสายตาดีขึ้น  มีส่วนช่วยลดความเครียด

ฟักทองไทย

เรามาดูประโยชน์ของเมล็ดฟังทองกัน ว่าจะมีอะไรบ้าง

10 คุณประโยชน์ของเมล็ดฟักทอง

ในเมล็ดฟักทองมี แมงกานีส แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง สังกะสี เหล็ก ทริปโตเฟนและโปรตีน อยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นแหล่งรวมของวิตามิน E K C และ B นอกจากนี้เมล็ดฟักทองยังอุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด ข้อดีของเมล็ดฟักทองคือ มีผลผลิตตลอดทั้งปี และไม่ต้องแช่เย็น เพราะถึงเราจะไม่แช่เย็นก็ไม่ทำให้เสีย

1.ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี

การบริโภคเมล็ดฟักทองสามารถช่วยลดระดับของ LDL (คอเลสเตอรอลที่ไม่ดี) ในร่างกายของเราได้ ใน 2012 วารสารทางการแพทย์ของแอฟริกันได้ตีพิมพ์ข้อมูลหนึ่ง นักวิจัยพบว่า หนูที่เลี้ยงด้วยเมล็ดฟักทองมีระดับ HDL (คอเลสเตอรอลชั้นดี) เพิ่มขึ้นและระดับ LDL (คอเลสเตอรอลที่ไม่ดี) ลดลงอย่างเห็นได้ชัด กินเมล็ดฟักทองอบแห้ง 2-4 ช้อนโต๊ะทุกวัน โดยไม่ต้องเพิ่มเกลือหรือปรุงรสใด ๆเพื่อช่วยลดระดับ LDL ของคุณ

2.การควบคุมน้ำตาลในเลือด

ใน 2010 วารสารโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนได้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดฟักทองกับโรคเบาหวาน การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า เมล็ดฟักทองสามารถช่วยควบคุมระดับอินซูลินและป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานโดยการลดสภาวะความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) นอกจากนี้ยังพบว่ามีสารเคมีในน้ำมันเมล็ดฟักทองช่วยป้องกันโรคไตจากเบาหวานได้อีกด้วย คนที่เป็นโรคเบาหวานสามารถรับประมาณเป็นอาหารว่างเพื่อสุขภาพ โดยกินได้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน

3.ต่อต้านโรควิตกกังวล

ในปี 2007 การศึกษาของ Canadian Journal of Physiology and Pharmacology พบว่าทริปโตเฟน (tryptophan) ที่พบในเมล็ดฟักทองช่วยบรรเทาความวิตกกังวล สมองใช้​ทริปโตเฟนเพื่อทำให้คุณรู้สึกมีความสุขและสบายใจ หากร่างกายมีทริปโตเฟนน้อยเกินไปก็สามารถนำไปสู่​​ภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติท​​างอารมณ์อื่น ๆ เมื่อคุณรู้สึกว่ามีเครียดมากหลังจากวันทำงานที่ยาวนาน รับประทานเมล็ดฟักทองคั่วจะช่วยให้คุณสงบลงได้

4.บรรเทาอาการโรคข้ออักเสบ

เมล็ดฟักทองและน้ำมันในเมล็ดมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดและการอักเสบในข้อต่อ จึงเป็นประโยชน์มากในการรักษาโรคข้ออักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเข่าเสื่อมและโรคไขข้ออักเสบ ในปี 1995 วารสารเภสัชวิทยาวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันเมล็ดฟักทองพบว่า สามารถรักษาโรคข้ออักเสบได้และยังไม่มีผลข้างเคียงอีกด้วย เพื่อลดการอักเสบของโรคข้ออักเสบ ควรการนวดบริเวณที่ได้รับผลกระทบด้วยน้ำมันเมล็ดฟักทองวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 10 นาที

ฟักทองไทย

5.ดีต่อกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก

เมล็ดฟักทองสามารถป้องกันภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวกว่าปกติ (Overactive Bladder) และช่วยรักษาอาการต่อมลูกหมากโต โดยสารไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) ที่พบในเมล็ดฟักทองช่วยลดขนาดต่อมลูกหมากโตได้ นอกจากนี้สังกะสียังช่วยลดการปัสสาวะบ่อยในช่วงเวลากลางคืน

6.ปกป้องกระดูก

เมล็ดฟักทองเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาของกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน แร่ธาตุเหล่านี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของกระดูกหัก การรับประทานเมล็ดฟักทอง 1/4 ถ้วยทุกวัน สามารถลดอาการโรคกระดูกพรุนได้

7.ปรับปรุงสุขภาพหัวใจ

เมล็ดฟักทองมีแมกนีเซียมที่จะช่วยในการทำงานของหัวใจและช่วยควบคุมความดันโลหิตสูง ทั้งมีบทบาทสำคัญในจังหวะการเต้นของหัวใจซึ่สามารถป้องกันการเกิดหัวใจหยุดเต้นฉับพลันได้ และทองแดงในเมล็ดฟักทองยังช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดงและเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนในเลือด

8.ป้องกันสู้พยาธิในลำไส้

เมล็ดฟักทองมีคุณสมบัติที่ช่วยในการกำจัดพยาธิตัวตืด พยาธิเข็มหมุดและปรสิตอันตรายอื่น ๆ ในลำไส้ ข้อมูลจากหนังสือ The Doctors Book of Home Remedies.

9.การนอนหลับ

เมล็ดฟักทองมีทริปโตเฟนอยุ่เป็นจำนวนมากซึ่งร่างกายใช้แปลงเป็นเซโรโทนิน (serotonin) และเมลาโทนิน (Melatonin) เพื่อช่วยในการนอนหลับพักผ่อนยามค่ำ​​คืน ผสมผงเมล็ดฟักทอง 1 ช้อนโต๊ะในแก้วนมอุ่นๆทานก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

10ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน

เมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยสังกะสีที่ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณ หากขาดธาตุสังกะสีมาก ๆจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ เป็นหวัดง่าย เกิดสิวและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมายและนอกจากนี้เมล็ดฟักทองยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิดที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย อย่างเช่นซีลีเนียมจะช่วยร่างกายสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว การรับประทานเมล็ดฟังทองในยามที่เราว่างก็เป็นผลดีอีกอย่างหนึ่ง เพราะมีแต่ประโยชน์ทั้งนั้นเลย GclubDownload เว็บไซต์การพนันออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ไฮโลออนไลน์ ป๊อกเด้งออนไลน์ และรวมการพนันออนไลน์มากมายที่จะทำให้คุณเล่นพนันได้สมจริงมากๆ ได้เปิดให้บริการเล่นพนันออนไลน์ทุกวัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็จะเล่นการพนันได้อย่างเต็มที่ เปิดให้เล่นตลอด 24 ชั่วโมง