สุขภาพ

ปลาทู มีประโยชน์ สามารถลดไขมันร้ายในร่างกายได้ และช่วยบำรุงสมอง

                     ปลาทู (Short Mackerel) เป็นปลาทะเลที่สามารถจับได้จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย โดยนอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้วปลาทูยังจัดเป็นอาหารที่ทั้งถูกและดี ที่อยู่คู่กับครัวไทยมาช้านาน คงจะเคยลิ้มลอง น้ำพริก ปลาทู ปลาทูต้มเค็ม หรือแม้แต่ปลาทูทอดธรรมดา ๆ กับข้าวสวยร้อน ๆ นั้น ปลาทูล้วนมีสรรพคุณและประโยชน์ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ประวัติปลาทู

ปลาทูจัดอยู่ในกลุ่มปลาที่มีไขมันต่ำ โดยมีไขมันน้อยกว่าหรือเท่ากับ 4 กรัมต่อเนื้อ 100 กรัม ในปลาทูสด 100 กรัม มีคุณค่าทางสารอาหาร ดังนี้
• พลังงาน 140 แคลอรี่
• โปรตีน 20 กรัม
• ไขมัน 6.7 กรัม
• แคลเซียม 170 มิลลิกรัม
• ฟอสฟอรัส 60 มิลลิกรัม
• เหล็ก 11.9 มิลลิกรัม
• วิตามินบี1 0.03 มิลลิกรัม
• วิตามินบี2 0.62 มิลลิกรัม
• ไนอะซิน 9.2 มิลลิกรัม
• วิตามินซี 9.2 มิลลิกรัม
นอกจากนั้นก็ยังมีสารโอเมก้า 3 ประมาณ 2-3 กรัม ซึ่งปกติในหนึ่งวันร่างกายต้องการโอเมก้า 3 ประมาณวันละ 3 กรัมต่อวัน

ส่วนประโยชน์ของ ปลาทู ในด้านอื่น ๆ มีดังนี้

1. โปรตีนสูง
ปลาทูเป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน และโปรตีนจากเนื้อปลาก็เป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ ส่งผลให้ระบบย่อยไม่ต้องทำงานย่อยโปรตีนจากปลาหนักเท่าการย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมูหรือเนื้อวัว อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลาทูยังมีปริมาณค่อนข้างสูง โดยปลาทู 100 กรัมมีโปรตีนอยู่ถึง 24.9 กรัม ร่างกายก็จะได้รับโปรตีนจากปลาทูไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตตามวัยอันควรอีกด้วย
2. บำรุงประสาทและสมอง
           ในปลาทูมีทั้งไอโอดีนและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยในปลาทูมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหรือกรดไขมันโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ร่างกายเราไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ต้องรับเอาจากอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูงอย่างปลาทู เป็นต้น และนอกจากไอโอดีนและโอเมก้า 3 แล้ว ปลาทูยังมีกรดไขมัน DHA ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะสมองในส่วนการเรียนรู้และจดจำ
3. ช่วยลดไขมันตัวร้ายในเลือด
           ปลาทูมีกรดไขมันชนิด PUFA หรือกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ซึ่งกรดไขมันดีเหล่านี้มีสรรพคุณช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด อีกทั้งในปลาทูยังมีกรดไขมัน EPA ซึ่งเป็นกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 มีคุณสมบัติช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดและลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ไขมันตัวร้ายอันเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะไขมันอุดตันเส้นเลือด นำไปสู่โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างเส้นเลือดในสมองแตกได้
4. ป้องกันโรคซึมเศร้า
           ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด พบว่า กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง และการขาดกรดไขมันชนิดนี้ อาจเป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้าและโรคสมาธิสั้นได้ โดยเฉพาะในเด็กวัยกำลังเรียนรู้ หากขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 อาจมีพัฒนาการด้านการอ่านการเขียนค่อนข้างช้ากว่าเด็กในวันเดียวกัน ที่ได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
5. ร่างกายได้รับวิตามินที่หลากหลาย
           จากข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของปลาทูเราจะเห็นเลยว่า ปลาทูส่วนที่กินได้ในปริมาณ 100 กรัม ให้แร่ธาตุ วิตามิน และคุณค่าทางสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลากหลายชนิด ทั้งธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 1 บี 2 กรดไขมันจำเป็น ไนอะซิน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ที่พบได้ในปลาทู ถึงแม้จะมีปริมาณอย่างละนิดละหน่อย แต่ก็จัดเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการทำงานของร่างกาย ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองให้ควบคุมการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
6. ป้องกันมะเร็ง
           ปลาทูจัดให้อยู่ในอาหารที่ดี มีคุณค่าต่อร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ง่าย ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่นำสารพิษหรือสิ่งกระตุ้นเชื้อมะเร็งในร่างกาย การรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ช่วยให้ระบบและกลไกการทำงานของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ เป็นอาหารจำพวกปลา ที่ย่อยง่าย ให้คุณค่าทางอาหารสูง มีสารอาหารครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องรับประทานในปริมาณมาก มีไขมันต่ำ และโปรตีนจากปลาช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อและบำรุงเซลล์ในร่างกายให้เกิดใหม่และคงรูปแบบที่ปกติอยู่เสมอ ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน ยับยั้งการเกิดโรค ห่างไกลจากภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง

ปลาทู

ปลาทูเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือไม่?
           สำหรับผู้ที่วางแผนลดน้ำหนัก อย่าลืมที่จะมีเมนูจากปลาทูไว้ในรายการของคุณ รสชาติของปลาทูจะช่วยให้การรับประทานอาหารในช่วงลดน้ำหนักของคุณไม่น่าเบื่อ จำเจ อีกต่อไป ปลาทูจะทำให้คุณมีความสุขกับการรับประทานอาหารมื้อสำคัญมากขึ้น ด้วยเมนูที่น่าสนใจ เช่น ยำปลาทู ปลาทูต้มส้ม ปลาทูราดพริก น้ำพริกปลาทูนึ่ง เป็นต้น นอกจากการที่เรารับประทานปลาทูจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ทางเรายังมีบทความเกี่ยวกับการลดน้ำหนักและประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วยแอโรบิค

กินปลาทูทุกวันดีต่อร่างกายหรือไม่?
           ปลาทูเป็นปลาที่มีปริมาณไขมันไม่สูงมากจึงรับประทานทุกวันได้ ซึ่งปลาแต่ละประเภทมีระดับไขมันไม่เท่ากัน หากรับประทานปลาที่มีไขมันสูงทุก ๆ วันย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นหากอยากรับประทานปลาให้ได้ประโยชน์ควรเลือกชนิดของปลาให้เหมาะสมกับร่างกายและความต้องการในแต่ละวัย

การปรุงปลาทูให้ถูกวิธี
           เรามีความเชื่อว่าปลาทู นำมาทำอาหารชนิดไหนก็อร่อย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป นั้นคือ สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในเนื้อปลาทู เนื้อปลาทูอาจสูญเสียไปขณะทำอาหาร หากเราต้องการให้สารอาหารคงอยู่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราเลือกวิธีทำอาหารแบบ นึ่ง ยำ พล่า ลวก หลีกเลี่ยงการทอดหรือต้ม (ที่ใช้เวลานาน) เพราะจะทำให้สารสำคัญอาหารสูญสลายไปกับความร้อนได้ ดังนั้น หากต้องการรับประทานปลาทูด้วยความเอร็ดอร่อยพร้อมกับประโยชน์สูงสุด ควรใส่ใจในวิธีการทำอาหารสักนิดนะคะ

ข้อควรระวัง
           ” หญิงมีครรภ์ไม่ควรรับประทานปลาทู รวมถึงปลาและสัตว์น้ำประเภทอื่นมากจนเกินไป เพราะเป็นอันตรายต่อพัฒนาการสมองของเด็กในครรภ์ โดยสาร เมธิลเมอคิวรี่ ซึ่งเกิดจากน้ำเสียที่ถูกปล่อยจากโรงงานอาจปนเปื้อนในตัวปลา ”

นอกจากนี้การบำรุงประสาทและสมอง เพราะในปลาทูนั้นจะมีทั้งไอโอดีนและกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยคาสิโนออนไลน์การพนัน บาคาร่า มือถือ เราต้องอบกเลยว่าในปลาทูมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวหรือกรดไขมันโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก ซึ่งในส่วนของกรดไขมันชนิดนี้ร่างกายเราจะไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ จะต้องรับเอาจากอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูงอย่างเช่นปลาทู เป็นต้น