สาระความรู้

น้ำผึ้ง ความหวานที่มีทั้งประโยชน์และโทษ

แน่นอนว่าหลายๆคนต้องรู้จัก น้ำผึ้ง กันอยู่แล้วแต่วันนี้มีสาระความรู้และประโยชน์ของน้ำผึ้งที่ไม่ใช้แค่เป็นส่วนผสมเพื่อเติมความหวานให้กับอาหาร รวมถึงเครื่องดื่มประเภทต่างๆ เนื่องจากน้ำผึ้งนี้มีงานวิจัยออกมารองรับถึงคุณประโยชน์ของมันอย่างมากมาย แถมถ้านำมาผสมเป็นสูตรต่างๆ ก็สามารถรักษาโรคหรืออาการที่ต่างกันออกไปได้อีกด้วยน้ำผึ้ง คือน้ำหวานที่เกิดขึ้นจากการที่ผึ้งได้กลืนกินน้ำหวานของดอกไม้เข้าสู่กระเพาะของผึ้ง ซึ่งกระเพาะของผึ้งจะมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยน้ำหวาน หลังจากนั้นจึงดึงเอาน้ำหวานจากกระเพาะมาเก็บไว้ที่หลอดรวงผึ้ง เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเกิดการระเหยของน้ำออกไปจนกระทั่งกลายเป็นน้ำหวานเข้มข้น ซึ่งหลายๆ คนก็มักนิยมรับประทานน้ำผึ้งกัน
น้ำผึ้ง
นักวิทยาศาสตร์คาดว่าน้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรีย เนื่องจากมีสารบางชนิดที่อาจสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้แม้ระหว่างการผลิต น้ำผึ้งจะเจือปนด้วยเชื้อโรคจากตัวผึ้ง ต้นพืช และฝุ่น แต่คุณสมบัติในการต้านเชื้อโรคก็ทำให้มั่นใจได้ว่าสารอินทรีย์ส่วนใหญ่ที่เจือปนจะไม่อาจอยู่รอดหรือสืบพันธ์ุจนเพิ่มจำนวนขึ้นใหม่ได้
น้ำผึ้งมีส่วนผสมของน้ำตาลและสารประกอบอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟรักโทสกับกลูโคส และมีวิตามินและแร่ธาตุผสมอยู่ด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุทองแดง ธาตุสังกะสี เป็นต้น และเนื่องด้วยมีสารประกอบมากมายจึงทำให้มีคุณประโยชน์มากตามไปด้วย โดยน้ำผึ้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ดังต่อไปนี้

น้ำผึ้ง สามารถทำอะไรได้บ้าง

  1.  กำจัดแบคทีเรีย น้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการต่อต้านแบคทีเรีย โดยมีสารที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียชนิดไม่ดีที่สามารถก่อให้เกิดโรคร้ายได้ อีกทั้งยังมีกรดตามธรรมชาติที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะทำให้เจ็บป่วย
  2. นำมาพอกหน้า น้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็นดั่งมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติชั้นเยี่ยม ที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้นุ่มชุ่มชื้นได้ และยังช่วยดูแลผิวให้ห่างไกลจากริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ น้ำผึ้งยังสามารถนำมามิกซ์กับส่วนผสมอื่นๆ เช่น มะขามเปียก ว่านหางจระเข้ ไข่แดง น้ำมะนาว ขมิ้นชันผง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ สตรอว์เบอร์รี เป็นต้น
    น้ำผึ้ง ประโยชน์
  3.  ช่วยลดน้ำหนัก หากกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักแต่รู้สึกอยากดื่มน้ำที่มีรสชาติหวาน น้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะจะได้ประโยชน์จากน้ำตาลที่ได้จากธรรมชาติซึ่งแน่นอนว่าย่อมดีกว่าสารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล นอกจากนี้น้ำผึ้งยังสามารถช่วยลดความอยากอาหารได้ ทั้งนี้การออกกำลังกายเสริมด้วยจะช่วยลดหน้ำหนักได้เร็วขึ้น เช่นแอโรบิค เพื่อสุขภาพ
  4.  ช่วยในการขับถ่าย การดื่มน้ำผึ้งผสมกับเลมอนและน้ำอุ่นยังสามารถช่วยกระตุ้นให้มีการผลิตเมือกในลำไส้ซึ่งจะช่วยในการกำจัดสารพิษ ดังนั้นหากกำลังประสบกับปัญหาท้องผูก การดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้อาจช่วยทำให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น
  5.  ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และยังช่วยลดการอักเสบของแผลที่เกิดจากอาการดังกล่าว นอกจากนี้ยังลดการก่อตัวของแผลเป็นด้วย
  6. ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มนวลและเงางามเป็นธรรมชาติ
  7.  น้ำผึ้งสามารถนำมาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น มาส์กหน้า สบู่ เจลล้างหน้า สครับ เป็นต้น
  8. น้ำผึ้งมีฤทธิ์ยาระงับประสาทอ่อน ๆ จึงช่วยลดอาการหงุดหงิด ความกังวลได้
  9. ลดความแห้งของปอด ทำให้ชุ่มชื่น เหมาะสำหรับอาการไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ ไอเรื้องรัง จะทำให้ชุ่มคอ

น้ำผึ้งมีโทษหรือไม่

ถึงแม้น้ำผึ้งจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ให้โทษได้เช่นกัน ซึ่งการทานน้ำผึ้งที่มากเกินไปส่งผลต่อร่างกายดังต่อไปนี้

  1. ทานน้ำผึ้งที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสียได้ เนื่องจากมีน้ำตาลฟรุกโตสอยู่มาก ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการดูดซึมในลำไส้
  2. ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรทานน้ำผึ้ง เพราะน้ำตาลในน้ำผึ้งสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เลย โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย ทำให้น้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้
  3.  เด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ ไม่ควรทาน เนื่องจากกระเพาะอาหารและลำไส้ของเด็กทารกยังอ่อนแอ และการขับสารพิษของตับยังทำงานได้ไม่เต็มที่ หากทารกดื่มน้ำผึ้งที่มีการปนเปื้อนสเปอร์ของเชื้อแบคทีเรียคลอสทริเดียม (Clostridium Botulinum) ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส
    ซึ่งจะทำให้ทารกเกิดอาการท้องผูก อ่อนแรง หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงไม่ควรทาน
  4. อาการหวัดจากปัจจัยภายนอก เช่น เปียกฝน ตากแดด ตากลม ห้ามใช้น้ำผึ้งบรรเทาอาการ ไม่ควรดื่มน้ำผึ้ง เพราะจะยิ่งทำให้อาการหวัดไม่หายและกลับเป็นหนักขึ้น
  5. ไม่ควรกินร่วมกับเต้าหู้ เนื่องจากเต้าหู้มีรสหวาน เค็ม มีคุณสมบัติเย็น สรรพคุณขับร้อนกระจายเลือด เมื่อกินร่วมกันทำให้ท้องเสียง่าย
    โทษของน้ำผึ้ง
  6.  ผู้ป่วยที่มีอาการอาเจียน หรือมีผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากภาวะความชื้นตกค้าง ไม่ควรทานน้ำผึ้ง

ทั้งนี้ก็มีความน่าสนใจและมีเกมพนันออนไลน์ที่จะช่วยให้เล่นได้ง่ายมากๆ โดยจะเล่นพนันทุกวันเป็นการเดิมพันที่ได้รับความนิยมทุกวัน มีการเล่นพนันที่ใครๆก็ชอบรับสิ่งตอบแทนที่มากขึ้นให้เล่นพนันที่ดี ใครอยากจะสร้างรายได้ที่จะให้ผลตอบแทนที่ง่ายๆแบบนี้ มาเล่นพนันทุกวันกับRuby888   มือถือ  โดยมีการเดิมพันที่จะชอบรับสิ่งต่างๆที่ดีทุกเวลา