ต่างประเทศ

ชายหายสาบสูญ แต่พบอีกทีกลายเป็นศพ

ชายหายสาบสูญ การตามหาชายเยอรมันหายสาบสูญแรมปีไม่มีใครรู้ แต่พบอีกทีกลายเป็นศพในเรือยอชท์กลางทะเล คาดตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ลมทะเล น้ำเค็ม และอุณหภูมิสูง ช่วยรักษาสภาพศพ ทำให้ศพของชายดังกล่าวเป็นมัมมี่ตามธรรมชาติ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยภาพชวนตะลึง เมื่อชาวบ้านในจังหวัดสุริกาโอ เดล ซูร์ ประเทศฟิลิปปินส์ ได้บังเอิญพบศพชายปริศนานอนตายในลักษณะฟุบหน้าลงบนโต๊ะสื่อสาร ซึ่งอยู่ในเรือยอทช์ SAYO อดีตเรือที่เคยล่องไปทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี โดยเรือลำนี้ล่มอยู่ในทะเลห่างจากชายฝั่งราว 64 กิโลเมตร ติดตามข่าวการสูญหาย เครื่องบินขับไล่ G-4 ของกองทัพอากาศประเทศพม่า สูญหายระหว่างฝึกบิน !! อ่านต่อ…

หายสาญสูญ

เรื่องน่าแปลกที่สภาพศพของ ชายหายสาบสูญ

คนดังกล่าวไม่มีการเน่าเปื่อยตามกาลเวลา แต่กลับมีลักษณะแห้งแข็งคล้ายมัมมี่ไม่มีผิด จากการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ ในเรือ พบว่าชายคนดังกล่าวเป็นชาวเยอรมันชื่อ แมนเฟร็ด ฟริตซ์ บาโจราต วัย 59 ปี และทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่า นายแมนเฟร็ดเสียชีวิตด้วยเหตุใด เป็นไปได้ว่าเขาอาจมีปัญหาสุขภาพบางอย่างและพยายามจะติดต่อหน่วยฉุกเฉิน เพราะศพอยู่ใกล้กับโทรศัพท์ในเรือ

และด้วยลมทะเลที่ทั้งร้อนและแห้ง ผนวกกับความเค็มของน้ำทะเล ทำให้ศพของนายแมนเฟร็ดถูกเก็บรักษาอย่างดี โดยมีลักษณะคล้ายมัมมี่ตามธรรมชาติร่างของนายแมนเฟร็ดถูกนำไปชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลในเมืองบูทวน ส่วนซากเรือยอชท์ถูกกู้ขึ้นมาจากน้ำ เพื่อนำไปสืบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อไป

โกลดี้ ลู เซียกา โฆษกของหน่วยตำรวจ กล่าวกับสื่อว่า พวกเขายังไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลที่ 2 บนเรือ และยังไม่พบอาวุธใด ๆ ที่อาจใช้ฆ่านายแมนเฟร็ดเลย จึงเชื่อว่า นายแมนเฟร็ดน่าจะขาดใจตายเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ เช่น โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน

ชายหายสาญสูญ

ด้านเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเยอรมนีประจำกรุงมะนิลา ได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในการติดตามครอบครัวของนายแมนเฟร็ดในประเทศเยอรมนี เชื่อกันว่านายแมนเฟร็ดมีลูกสาว 1 คนชื่อ นีน่า และขณะนี้กำลังทำงานเป็นกัปตันเรือขนส่งสินค้า Royal1688 เว็บไซต์เดิมพันคาสิโนออนไลน์ที่มอบประสบการณ์ที่ให้ความสนุกกับคุณ และมีสาระความรู้มากมายที่มอบให้กับคุณตลอด 24 ชั่วโมงเลย

 

โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน

หัวใจวาย หมายถึง ภาวะซึ่งหัวใจไม่สามารถสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างพอเพียงหัวใจวายไม่เหมือนกับหัวใจหยุดเต้นเราเรียกหัวใจวายว่า congestive heart failure คือ หัวใจทำงานล้มเหลวทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆขาดออกซิเจนเมื่อไตได้รับเลือดไปเลี้ยงน้อยลงทำให้ไตสร้างสารบางชนิดออกมาทำให้เกิดการคั่งของน้ำและเกลือในร่างกาย

อาการของโรคหัวใจวาย

• เหนื่อยง่าย หากโรคหัวใจเป็นไม่มาก จะเหนื่อยหอบเฉพาะเวลาทำงานหนักหรือขึ้นบันได พอพักก็จะหายเหนื่อยแต่ถ้าโรคหัวใจเป็นมากขึ้น ผู้ป่วยจะเหนื่อยง่าย งานที่เคยทำได้ก็จะเหนื่อยหากเป็นมากขึ้นกิจกรรมปกติก็จะเหนื่อย

การสาญสูญ ตัวอย่าง

• น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างเร็ว หรือมีอาการขาบวม ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีเกลือและน้ำคั่งอยู่ในร่างกาย โดยอาจเกิดจากโรคไต ดังนั้นเมื่อมีอาการขาบวม แพทย์จำเป็นต้องตรวจหลายระบบ เพื่อหาสาเหตุ จึ่งให้การรักษาได้ถูกต้อง ข้อเท้าบวม ท้องบวมเนื่องจากมีการคั่งของน้ำในช่องท้อง

• อ่อนเพลียง่าย ไม่มีแรง

• ใจสั่นหัวใจเต้นเร็ว เป็นการที่หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ผิดจังหวะ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ เต้น ๆ หยุด ๆ

• หลอดเลือดดำที่คอโป่งพอง

• แน่นหน้าอกตอนกลางคืน ต้องลุกขึ้นมา

• นอนราบไม่ได้จะเหนื่อย ต้องลุกมานั่งหลังจากนอนไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง บางรายต้องนั่งหลับเรียกว่า orthopnea

• ไอเรื้อรังโดยเฉพาะหากเสมหะมีเลือดปนออกมา ต้องรีบไปพบแพทย์ เพราะนั้นคืออาการน้ำท่วมปอด

บุคคลหายสาญสูญ ไทย

ผู้ที่ป่วยโรคหัวใจ และอยู่ลำพังหรืออาจจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ควรปฏิบัติตัวเช่นไร

1. การไอแบบกู้ชีวิต หรือ Cough CPR (Cardiopulmonary Resuscitation : CPR) เป็นการปฏิบัติการเพื่อช่วยชีวิตคนที่หัวใจหยุดเต้น และหยุดหายใจเฉียบพลัน โดยวิธีคือการไอแบบ CPR ทันที

• ให้ไอถี่ ๆ แต่แรง ๆ หายใจเข้าลึก ๆ ทุกครั้งก่อนการไอ ไอลึกเหมือนมีเสมหะ

• การหายใจและการไอต้องทำต่อเนื่องทุก 2 วินาที ไอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีคนมาช่วยหรือหัวใจมีการเต้นเป็นปกติอีกครั้ง

• หายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ออกซิเจนเข้าปอด

การเคลื่อนไหวจากการไอจะช่วยบีบหัวใจให้มีการไหลเวียนของเลือดเป็นปกติอีกครั้ง การบีบรัดตัวของหัวใจช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจกลับมา และช่วยเหลือได้ทันก่อนนำส่งโรงพยาบาล การกระทำที่ถูกต้องและทันท่วงที จะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น

2. หากอยู่ในฐานะที่พอจะทำได้ ควรมีระบบสื่อสารที่เมื่ออยู่ในภาวะฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือ

ชายหายสาบสูญ

3. หลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตเมื่อลดโอกาสการเกิดภาวการณ์เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ งดสูบบุหรี่และดื่มเหล้า ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ระมัดระวังเรื่องอาหาร และทำจิตใจให้สบาย

4. หากขับรถอยู่ควรจอดรถเข้าข้างทาง อย่าพยายามฝืนขับต่อไปที่โรงพยาบาล เพราะเราอาจมีเวลาเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้นก่อนหมดสติ

5. จำอาการของโรคหัวใจได้ เช่น หายใจสั้น เจ็บหรือปวดที่บริเวณหน้าอก ปวดต้นคอ หรือลามมาที่แขน หัวไหล่ และขากรรไกร

6. ทานแอสไพรินขนาด 325 มิลลิกรัม เมื่อเริ่มมีอาการ แอสไพรินช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนที่ดี ไม่เกาะเป็นก้อน เคี้ยวยาทั้งเม็ดหากไม่สามารถหาน้ำดื่มได้

7. ใช้ยาโรคหัวใจกลุ่มปิดกั้นเบต้า (beta blocker) ซึ่งเป็นยาที่ลดอัตราการเต้นของหัวใจและระดับความดันโลหิต เป็นกลุ่มยาที่ใช้สำหรับกลุ่มคนที่เป็นโรคหัวใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมียากลุ่มนี้อยู่

8. อย่าสับสนอาการของโรคกระเพาะและโรคหัวใจ หากทานยาลดกรดในกระเพาะและไม่หาย ควรติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินในทันที เพราะอาจมีเวลาไม่มากพอที่จะช่วยเหลือได้ทันเวลา

9. ทุบหน้าอกของตัวเองอย่างแรงเท่าที่สามารถจะทำได้ วิธีนี้จะได้ผลดีหากมีคนช่วยทำให้ เพราะอาจเป็นการยากที่จะทำด้วยตัวเอง