สาระความรู้

กระเจี๊ยบเขียว น่าทึ่ง!!..สรรพคุณและประโยชน์ผักพื้นบ้าน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ!!

กระเจี๊ยบเขียว ช่วยในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ จะส่งผลทำให้ร่างกายให้แก่ช้าลง และยังช่วยซ่อมแซ่มเซลล์ที่สึกหรอภายในร่างกาย กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เจริญเติบโตได้ดีในเขตอากาศกึ่งร้อน คือมีอุณหภูมิระหว่าง 18 ถึง 35 องศาโดยประมาณ เป็นพืชที่สามารถนำมาเป็นสมุนไพรได้ เพราะมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยรักษาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร

ลักษณะของ กระเจี๊ยบเขียว

• ลำต้นกระเจี๊ยบเขียว มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก ในประเทศซูดาน และได้มีการนำเข้ามาในประเทศไทยหลังปี พ.ศ.2416 กระเจี๊ยบเขียว จัดเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุประมาณ 1 ปี มีขนหยาบขึ้นปกคลุมลำต้น และมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีเขียว แต่บางครั้งก็มีจุดประม่วง เจริญเติบโตได้ดีในอากาศกึ่งร้อน หรือที่อุณหภูมิระหว่าง 18-35 องศาเซลเซียส ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด

• ใบกระเจี๊ยบเขียว ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ใบคล้ายรูปฝ่ามือเรียงสลับกัน ใบมักเว้าเป็น 3 แฉก มีความกว้างประมาณ 10-30 เซนติเมตร ปลายใบหยักแหลม โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ มีเส้นใบออกจากโคนใบ 3-7 เส้น ใบมีขนหยาบ ก้านใบยาว

ต้นกระเจี๊ยบเขียว

• ดอกกระเจี๊ยบเขียว มีสีเหลือง หรือดอกสีเหลืองอ่อน ที่โคนกลีบดอกด้านในจะมีสีม่วงออกแดงเข้ม รูปไข่กลับหรือค่อนข้างกลม ออกดอกตามง่ามใบ มีริ้วประดับเป็นเส้นสีเขียวประมาณ 8-10 เส้น ออกตามซอกใบ ดอกมีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ก้านชูเรณูรวมกันเป็นลักษณะคล้ายหลอดยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตรหุ้มเกสรตัวเมียไว้ กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ และกลีบดอก 5 กลีบ ก้านเกสรตัวเมียมีลักษณะเรียวยาว ปลายแยกเป็น 5 แฉก ยอดเกสรตัวเมียเป็นแผ่นกลมมีขนาดเล็กสีม่วงแดง ยื่นพ้นปากหลอดดอก

• ผลกระเจี๊ยบเขียว หรือฝักกระเจี๊ยบเขียว มีลักษณะเป็นฝักคล้ายนิ้วมือผู้หญิง ตามฝักมีขนอ่อน ๆ ทั่วฝัก มีสันเป็นเหลี่ยมตามยาว 5 เหลี่ยม ฝักกระเจี๊ยบมีทรงยาวสีเขียว ฝักอ่อนมีรสชาติหวาน กรอบอร่อย เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ในส่วนฝักแก่จะมีเนื้อเหนียว ไม่เป็นที่นิยมในการรับประทาน และมีเมล็ดลักษณะกลมอยู่มาก ขนาดประมาณ 3-6 มิลลิเมตร ซึ่งเรามีบทความสมุนไพรที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ขมิ้นชัน สมุนไพรที่เต็มไปด้วยสรรพคุณและประโยชน์มากมาย ที่คนไทยนิยมมาก

 

สรรพคุณและประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว

การปลูกกระเจี๊ยบเขียว

ส่วน ผลกระเจี๊ยบเขียว
• ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายและช่วยลดคอเลสเตอรอล คล้ายกับการกินยาลดไขมันและลดคอเลสเตอรอล โดยเส้นใยของกระเจี๊ยบเป็นตัวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ โดยการจับกับน้ำดี ซึ่งมักจับสารพิษที่ร่างกายต้องการขับถ่ายที่ถูกส่งมาจากตับ และสารเมือกในฝักยังช่วยจับสารพิษเหล่านี้ ซึ่งการจับกับน้ำดีนี้จะเกิดในลำไส้และขับออกมาทางอุจจาระ ทำให้ไม่เหลือสารพิษตกค้างอยู่ในลำไส้

• ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร เยื่อบุกระเพาะและลำไส้อักเสบ ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย จึงช่วยในการขับถ่าย ทำให้ถ่ายอุจจาระได้คล่อง ช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี และช่วยในการทำงานของระบบดูดซีมสารอาหาร ช่วยสนับสนุนการขยายพันธุ์ของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผลกระเจี๊ยบเขียว มีสรรพคุณใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ

• เมือกลื่นในฝักกระเจี๊ยบ ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะไม่เกิดการระคายเคือง ช่วยทำให้อาหารถูกย่อยในลำไส้ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยแก้อาการกรดไหลย้อนกลับ ด้วยการนำฝักกระเจี๊ยบมาต้มในน้ำเกลือแล้วใช้กินแก้อาการ

• ผลช่วยแก้อาการหวัด รักษาหวัด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

• ฝักกระเจี๊ยบเขียวมีเส้นใยอยู่มาก จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้ โดยช่วยรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงที่ กระเจี๊ยบเขียวจึงเป็นผักที่เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

• ช่วยป้องกันอาการหลอดเลือดตีบตัน การรับประทานฝักกระเจี๊ยบเป็นประจำสามารถช่วยบำรุงตับได้

• ใช้เป็นยาบำรุงข้อกระดูก ช่วยเพิ่มไขมันหรือเมือกให้ข้อกระดูก ทำให้หัวเข่าหรือข้อต่อกระดูกมีน้ำเมือกมากขึ้น ทำให้ไม่เกิดการบาดเจ็บและช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น

กระเจี๊ยบเขียว เมนู

ส่วน ดอกกระเจี๊ยบเขียว
• ดอกกระเจี๊ยบสามารถนำมาตำใช้พอกรักษาฝีได้
• ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ

ส่วน รากกระเจี๊ยบเขียว
• รากนำมาต้มน้ำเพื่อใช้รักษาโรคซิฟิลิส (Syphilis)
• นำน้ำคั้นจากรากมาใช้เพื่อล้างแผลและแผลพุพอง

ส่วนใบกระเจี๊ยบเขียว
• ใบช่วยขับเหงื่อ
• ช่วยแก้โรคปากนกกระจอก

ในการทานกระเจี๊ยบเขียว ก็ไม่ควรได้รับเกิน 50 กรัมต่อวัน เพราะใยอาหารอาจไปขัดขวางการดูดซึมวิตามิน และแร่ธาตุบางชนิดได้

 

กระเจี๊ยบเขียวกินดิบได้ไหม

พันธุ์และแหล่งพันธุ์กระเจี๊ยบเขียว

1. พันธุ์ผสมเปิดจากต่างประเทศ ได้แก่ เคลมสัน สปายน์เลส ซึ่งมีลักษณะฝักกลมป้อม ส่วนพันธุ์ดวอร์ฟกรีน สปายน์เลส จะมีลักษณะมีฝักเรียวยาว เป็นพันธุ์ที่มี 8 เหลี่ยม สีเขียวปานกลางใช้ในการแปรรูปบรรจุกระป๋อง

2. พันธุ์ของประเทศไทย ซึ่งคิดและปรับปรุงโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมีลักษณะฝักมีสีเขียวปานกลาง ส่วนฝักเมื่อตัดตามขวางเป็นรูปห้าเหลี่ยม ต้นแข็งแรง ผลผลิตสูง ราคาเมล็ดพันธุ์ 50-80 บาทต่อกิโลกรัม พันธุ์เหล่านี้ผู้ส่งออกและแปรรูปสามารถนำไปทดสอบตลาดได้ โดยเฉพาะตลาดยุโรป หรืออื่น ๆ

3. พันธุ์ลูกผสมชั่วที่หนึ่ง จากประเทศญี่ปุ่น ลักษณะฝักสีเขียวเข้มมาก ปลายฝักไม่มีจงอยยาว เมื่อตัดตามขวางของฝักเป็นรูป 5 เหลี่ยม ซึ่งมีเหลี่ยมเห็นได้ชัดเจน ต้นแข็งแรง ผลผลิตสูง

กระเจี๊ยบเขียว ชื่อวิทยาศาสตร์

ระยะเวลาในการปลูกกระเจี๊ยบเขียว และเมล็ดพันธุ์ที่ใช้

– การปลูกอาจทำได้ทั้งแบบร่องสวน หรือแบบไร่ โดยทั่วไปจะใช้ระยะระหว่างต้น และแถว 50 x 50 เซนติเมตร ปลูกจำนวน 1-2 ต้นต่อหลุม

– เมล็ดกระเจี๊ยบเขียว 100 เมล็ดหนัก 6-7 กรัม เมล็ดหนัก 1 กิโลกรัม = 16,666-14,285 เมล็ด อัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่ = 1 กิโลกรัม

Royal1688 เว็บไซต์การเล่นพนันที่จะมาเติมเต็มและสัมผัสกับการพนันที่สนุกสมจริง มีเงินเข้ากระเป๋าที่มากขึ้น เดิมพันกับเกมที่เป็นอันดับหนึ่ง อยู่ที่ไหนก็เพลิดเพลินกับการพนันทุกวัน พร้อมที่จะเล่นมาเล่นได้เสมอ