ข่าวทั่วไป

กกพ ยันว่าได้ปรับขึ้นค่าเอฟที 12.52 สต./หน่วยตามเดิม วอนประชาชนอย่าตกใจ!

กกพ ” ได้แจงมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยืนยันได้ปรับขึ้นค่าเอฟที 12.52 สตางค์/หน่วยตามเดิม ชี้ราคาก๊าซที่นำมาผลิตไฟฟ้ามีทิศทางขาขึ้น ในขณะที่การเยียวยาผู้มีรายได้น้อยที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดนี้ ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกกพ. แต่ถ้าหากทุกคนช่วยกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด จึงจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) เพื่อปรับขึ้นไม่มากนัก กฟผ. โดยไม่จำเป็นต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าซึ่งใช้น้ำมันเตาที่จะมีต้นทุนสูงกว่าเป็นเชื้อเพลิง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าภาพรวมต่ำลง ส่วนในกรณีที่ กฟผ. ได้เตรียมจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าระบบเพิ่มยิ่งขึ้น ประเมินว่าจะมีผลกระทบให้ค่าเอฟทีเพิ่มขึ้นกว่า 21 สตางค์ต่อหน่วย หลังจากปี 2562 เป็นต้นไป

 

กกพ ประกาศ

กกพ ชี้แจงการปรับขึ้นค่าไฟ

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการ ได้กล่าวชี้แจงถึงมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเสนอแนะให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2560 เพียง 6 สตางค์ต่อหน่วย เพราะได้อ้างว่าราคาก๊าซธรรมชาติบริเวณปากหลุมผลิตมีแนวโน้มที่ลดลงตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา โดยได้ยืนยันว่า ปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดนี้ 12.52 สตางค์ต่อหน่วยอยู่ตามเดิม เพราะแม้ราคาก๊าซธรรมชาติในขณะนี้นั้นจะมีแนวโน้มลดลง แต่ก๊าซที่นำมาผลิตไฟฟ้าได้อ้างอิงจากราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 9-12 เดือน ซึ่งขณะนั้นราคาเป็นทิศทางของขาขึ้น อีกทั้งราคาก๊าซที่นำมาคำนวณค่าไฟฟ้ายังคงเป็นราคาก๊าซจากทุกแหล่งผลิต ซึ่งก็ล้วนแต่มีทิศทางขาขึ้น ที่ไม่ใช่เพียงแหล่งผลิตเดียวอย่างที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเข้าใจ

 

กกพ หน้าที่

 

ส่วนในกรณีที่มองว่าการส่งเสริมในการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่เพิ่มขึ้น อาจจะเป็นสาเหตุให้ค่าเอฟทีสูงขึ้นนั้น ขอชี้แจงว่างวดนี้มีจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่รับซื้อเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบต่อหน่วยแล้ว อัตรารับซื้อในงวดนี้จึงลดลงจากงวดที่แล้ว โดยถ้าหากไม่พิจารณาปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดนี้ จึงจะส่งผลให้ค่าเอฟทีงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม ปรับตัวสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ และจะทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายถึง 7,786 ล้านบาท ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าก็จะต้องจ่ายค่าไฟส่วนนี้คืน กฟผ. ในภายหลังนั่นเอง

 

ชี้ค่า ‘เอฟที’ปลายปีปรับขึ้นน้อยกว่าคาด นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า กกพ.เตรียมตัวพิจารณาโครงสร้างค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที) ในงวดสุดท้ายของปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค.2560) ในวันที่ 12 ก.ค.นี้ และได้เปิดรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ ก่อนที่จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ส.ค. นี้

 

ทางด้านเว็บไซต์ Gclubได้บอกว่าตั้งแต่งวดนี้เป็นต้นไป จะประกาศค่าไฟฟ้าเอฟทีเร็วขึ้น 1 เดือน หลังจากได้รับการขอความร่วมมือจากกระทรวงการคลัง เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับนโยบายยกระดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing Business) ของไทย ซึ่งจะเอื้อให้ภาคธุรกิจที่รับรู้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพื่อที่จะนำไปวางแผนธุรกิจได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

กกพ ย่อมาจาก

 

สำหรับแนวโน้มค่าไฟฟ้าเอฟทีงวดสุดท้ายของปีนั้น ยังเป็นขาขึ้นตามต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่จะสะท้อนราคาน้ำมันย้อนหลัง 8-12 เดือนแต่อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทในปัจจุบันแข็งค่าขึ้นจากงวดก่อนจึงอาจจะช่วยให้ค่าไฟฟ้าในงวดนี้ปรับขึ้นต่ำกว่าที่เคยได้คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 10 สตางค์ต่อหน่วย โดยทางกกพ.นั้นกำลังจะพยายามหาเงินค่าปรับกรณีโรงไฟฟ้าที่ไม่สามารถลงทุนได้ตามสัญญา (คลอว์แบ็ค) เพื่อที่จะเข้ามาเป็นส่วนลดค่าไฟฟ้า เพื่อที่จะลดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟให้ได้มากที่สุด

 

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ ได้กล่าวว่ายังคงต้องพิจารณาว่าจะนำต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากกรณีแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ เอ-18) ที่อยู่ระหว่างซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ได้เสียหายทำให้ต้องหันไปเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยดีเซล และจะต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้ากระบี่ด้วยน้ำมันเตา รวมไปถึงการเจรจาซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย เพื่อที่จะเข้ามาเสริมในเรื่องของความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ทำให้ต้นทุนการคำนวนค่าไฟฟ้าสูงยื่งขึ้น

 

กกพ เงินเดือน

 

แหล่งข่าว ได้กล่าวว่า แนวโน้มค่าเอฟที งวดเดือนก.ย.-ธ.ค.2560 อาจปรับขึ้น 7-8 สตางค์ต่อหน่วย ได้ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะปรับขึ้นกว่า 10 สตางค์ต่อหน่วย เพราะเนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยที่ค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ 1 บาทต่อดอลาร์ จะส่งผลต่อค่าเอฟทีประมาณ 5-6 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งอย่างไรก็ตาม ต้นทุนของราคาก๊าซธรรมชาติงวดนี้ปรับขึ้นอยู่ในระดับกว่า 250 บาทต่อล้านบีทียู เพื่อที่จะเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนที่ราคาก๊าซธรรมชาติรวมค่าผ่านท่อ อยู่ที่ 244.58 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งในอัตราค่าเอฟทีทีชัดเจนยังไม่สามารถสรุปได้ และ ยังคงต้องดูว่าจะมีเงินค่าปรับจากส่วนไหนที่สามารถนำมาเป็นส่วนลดค่าไฟได้ หรือไม่

 

เพราะสำหรับค่าเอฟที งวดปัจจุบัน (พ.ค.-ส.ค.2560) จะอยู่ที่ -24.77สตางค์ต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจาก งวดเดือนม.ค.-เม.ย. 2560 จำนวน 12.52สตางค์ เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานค่าเอฟทีจะอยู่ที่ 3.5079 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จึง ขอให้ประชาชนไม่ต้องห่วงถ้าเรานั้นประหยัดไฟจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างแน่นอน ถ้ามีการคาดการณ์การเพิ่มค่า ทางกกพ.จะรีบแจ้งให้ประชาชนได้ทราบโดยทันที